พรรับปีใหม่เมือง

posted on 14 Apr 2008 09:35 by kororo

วันศุกร์ที่ผ่านมา คณะเราจัดงานธรรมะนำสุข นิมนต์พระอาจารย์มาให้ธรรมก่อนปีใหม่เมือง
พระอาจารย์ท่านเล่าถึงตำนานสงกรานต์ว่า...

เมื่อนานมาแล้ว มีปราญช์นาม ธรรมบาลกุมาร ผู้มีปัญญาปราดเปรื่องเลื่องลือไปทั่ว จนชาวบ้านให้ความเคารพกราบไหว้ประหนึ่งพระเจ้า พระพรหมจึงลงมาทดสอบปัญญาโดยถามว่า เสน่ห์ราศีของคนเราใน ยามเช้า ยามกลางวัน ยามเย็น(หรือยามค่ำ) อยู่ที่ใด โดยเดิมพันว่า หากธรรมบาลกุมารไขปัญหาได้ภายใน 7 วัน พระพรหมจะตัดเศียรตนเอง แต่หากตอบไม่ได้ ธรรมบาลกุมารจะต้องตาย 

ผ่านไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เขายังคงนอนคิดอยู่ใต้ต้นไม้ พลางคิดถึงชะตาชีวิตตนเองในวันรุ่งขึ้น และด้วยความสามารถที่ธรรมบาลกุมารสามารถฟังภาษาสัตว์ได้ จึงได้ยินคำสนทนาของผัวเมียนกคู่หนึ่ง

เมีย : ท่านพี่จ๊ะ ทำไมวันนี้เราจึงไม่ไปหาอาหารกินกันเล่า น้องหิวแล้ว
ผัว : โอ๊ย...น้องเอ๋ย อย่าได้ร้อนใจไป รับรองพรุ่งนี้เราจะได้กินอาหารมื้อใหญ่
เมีย : อะไรคืออาหารมื้อใหญ่จ๊ะ ท่านพี่
ผัว : ก็เนื้อมนุษย์ที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้นี้ไงล่ะจ๊ะ พรุ่งนี้มนุษย์คนนี้จะต้องตายเพราะตอบปัญหาพระพรหมไม่ได้
เมีย : ปัญหาอะไรหรือจ๊ะ
ผัว : เสน่ห์ราศียามเช้า ยามกลางวัน และยามเย็นนั้นอยู่ที่ใด
เมีย :  แล้วท่านพี่รู้คำตอบเช่นนั้นเหรอจ๊ะ
ผัว : ปัญหาง่ายๆแค่นี้ ตอบไม่ได้ก็โง่ล่ะน้องจ๋า ก็...

เสน่ห์ของคนนั้น ยามเช้าอยู่ที่หน้า ยามกลางวันอยู่ที่อก ยามเย็นอยู่ที่เท้า

ธรรมบาลกุมารได้ยินเท่านั้นก็หูผึ่ง รีบนำคำตอบไปแถลงไขแก่พระพรหม พระพรหมจึงต้องตัดเศียรตนเองตามสัญญา แต่กรรมเวร หากเศียรพระพรหมตกลงสู่พื้นโลก แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ หากโยนศีรษะขึ้นสู่อากาศ อากาศจะแห้งแล้งไร้น้ำฝน หากโยนลงมหาสมุทร น้ำทะเลก็จะเหือดแห้ง เทพธิดาทั้ง 7 แห่งพระพรหม จึงนำเศียรบิดาใส่พานแล้วนำไปยังเขาสิเนรุ แต่ละปีเทพธิดาก็จะผลัดเวรกันรับพานเศียรบิดา เทพธิดานี้จึงเป็นที่มาของนางสงกรานต์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าฉลาดล้ำหน้าผู้อื่น มิฉะนั้นจะโดนใบแดง ออกจากสนาม

ไม่ใช่โว้ย~~~(อากาศร้อน แล้วเดี๊ยนจะเป็นบ้า)

ที่นกตอบว่าเสน่ห์ราศีของคนเรายามเช้าอยู่ที่หน้า ยามกลางวันอยู่ที่อก ยามเย็นอยู่ที่เท้า มันมีที่มาที่ไปอย่างนี้
ธรรมดายามเช้า คนเราตื่นมาก็จะล้างหน้า โกนหนวด แต้มสิว ทาครีมบำรุงผิวหน้า ก่อนออกจากบ้าน
ยามกลางวัน อากาศร้อนบรรลัย คนเราจะนำน้ำนำเครื่องหอมมาพรมที่หน้าอกคลายร้อน
ยามเย็น กลับบ้านก็ต้องล้างเท้า
 

แต่ในกิจวัตรประจำวันนี้ พระอาจารย์ท่านให้ข้อคิดดังนี้

เสน่ห์ราศียามเช้าอยู่ที่หน้า ท่านให้เราระลึกว่า วันนี้เรามีหน้าที่อะไร อย่างเช่น เราเป็นนักเรียนก็ต้องไปเรียนหนังสือ เป็นลูกก็ต้องดูแลพ่อแม่ ต้องทำงานหาเงินค้ำจุนครอบตรัว เป็นลูกแห่งศาสนาใด ก็ควรประพฤติตามคำสอนแห่งศาสนานั้นๆ

เสน่ห์ราศียามกลางวันอยู่ที่อก ท่านให้เราระลึกถึง จิตใจผู้อื่น ยามที่เราต้องทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ เราจะเอาใจเราเป็นใหญ่ไม่ได้ ต้องเข้าอกเข้าใจผู้อื่นด้วย

เสน่ห์ราศียามเย็นอยู่ที่เท้า ท่านให้เราระลึกถึงจุดยืนของตนเอง การปล่อยเนื้อปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกระแสสังคมจะทำให้เราอยู่ในความลุ่มหลง เรามีเท้าไว้เป็นจุดยืน แล้วใช้พาตัวเองกลับบ้าน อย่าไปเที่ยวเล่นเถลไถลจนลืมบ้าน ลืมพ่อแม่  ลืมพักผ่อน ลืมความเป็นตัวของตัวเอง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

รับพรวันศุกร์เสร็จ วันเสาร์ก็ไปรดน้ำดำหัวที่โรงเรียน
ปีนี้ไม่มีน้ำกระเจี๊ยบกินฟรี...แอบผิดหวังเล็กน้อย เลยกินน้ำใบบัวบกแก้ช้ำใน
เจอเพื่อน เจออาจารย์ เจอรุ่นพี่ แล้วใจแช่มชื่นขึ้น (แต่เจอรุ่นน้องยกมือไหว้แล้วรู้สึกถึงความแก่)
และได้ระลึกความเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง
เพราะตลอด 3 ปีที่เข้ารั้วมหาวิทยาลัย เราเหมือนคนบ้าเข้าทุกวันๆ

ไปนั่งระบายความในใจกับเพื่อนร่วมก๊วน
เรา : แก...ฉันถูกเพื่อนนินทา
เพื่อน : นินทาแกว่าอะไรว่ะ
เรา : นินทาว่าฉันดุ
เพื่อน : ..............
เรา : เฮ้ย!!! แกว่าฉันดุจริงๆเหรอ
เพื่อน : เออ หน้าแกอ่ะ ดุ
เรา : ...(เซ็ง)...

เพื่อนบอกว่าให้เรายิ้มบ่อยๆ แหม...มันเมื่อยหน้านี่หว่า ยิ้มตลอดเวลายิ่งเหมือนคนบ้า
ส่วนนึงของความดุ ก็มาจากความซีเรียสเคร่งเครียดของตัวเราเองด้วย
ซึ่งความซีเรียส ยอมรับว่าเราเป็นคนสร้างเอง และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากเพื่อนเราด้วย
ก็เพื่อนเราอ่ะ...(เริ่มนินทา)...มันหย่อนเกินไปแล้ว นัดเชี่ยไม่เป็นนัด ตกลงกันยังงี้ วันต่อมาจะเอาอีกอย่าง
รับปากกันแล้ว ไม่ทำตามที่พูด ลังเลหาเตี่ยตลอดเวลา ไม่มีจุดยืนของตัวเอง ไร้ความเป็นผู้นำ
มีบุญได้เรียนในระดับที่เรียกว่าปัญญาชน แต่ทำตัว....พอๆ เดี๋ยวจะหยาบไปกว่านี้ ชิ

บางครั้งมันก็ต้องมีเตือนๆกันบ้างแหละนะ =''=...เอาเป็นว่าทำตัวให้คนอื่นเกลียด เพราะหวังดี(มั้ง)
อืมๆ แต่บางทีเราก็หวังผลบางอย่างเพื่อตัวเองเหมือนกัน เรามันก็เลวพอๆกันคนอื่นแหละ
ปีหน้า หนูจะเลิกพฤติกรรมชั่วๆแบบนี้ค่ะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

และเมื่อวาน...เพื่อนเก่านัดไปเดินเล่นน้ำรอบคูเมือง
เพื่อนสาวไปกันน้อยเพราะวันแดงเดือด พันธะกิจครอบครัว และกลัวเสียโฉม
โธ่...แดดเชียงใหม่มันร้อนจนแสบผิว น้ำคูเมืองก็ใช่ว่าจะสะอาดมากมาย
ก็น้ำรีไซเคิลอ่ะ สาดลงถนน แล้วไหลลงคูไปสาดกันอีก กลับบ้านได้ผิวเป็นเมือกลื่น คันยิบๆ
ดีไม่ดีสิวที่อุตส่าห์แต้มจนหดหาย มันจะผุดขึ้นมาใหม่
น้ำคูเมืองไม่พอ ยังมาเจอควันรถอีก แหวะ
แก่แล้วเรื่องมากจริงๆเลยตู

สิ่งที่เห็นตามคูเมือง...

1. กะเทยที่ออกมาโชว์พาวกันมากขึ้น เห็นแล้วแบบว่า...เจียมเนื้อเจียมตัวนิดนึงก็จะดี เป็นกะเทยดีน่ารักมีชาติตระกูล ดีกว่าเป็นกะเทยแซ้บมากรี๊ดกร๊าดเต้นแร้งเต้นกาเห็นแล้วอุจาดตาเป็นไหนๆ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า...เพราะมีกะเทย งานสงกรานต์จึงมีสีสัน...นะ

2. เทรนด์เสื้อขาว ชั้นในดำกำลังมาแรงในสาวๆหน้าตาน่าลูบน่าคลำ แบบว่าปีหน้าใส่ชุดว่ายน้ำมาเลยดีกว่า เอาแบบโซระ อาโออิ เลยก็ดี

3. ปกติตามคูเมืองจะมีบูธขายน้ำ ขายถัง ขายของกิน แต่ปีนี้ มีคนมานั่งขอทานบริจาคด้วย...และที่ท่าแพยังมีชาวเขาพลัดเวรเดินขอเงินบริจาคทุกๆ 10 นาที แถมมีมายืนข้างๆ กระซิบว่าอยากกินไก่ทอดอีก...เอ่อ...ถึงใจรักทำบุญแค่ไหน แต่งานนี้ไม่ไหวนะพี่ บริจาคเงินไปหมด คงไม่มีตังค์กินข้าวแน่ๆ (ปกติเราจะพกตังค์ไปเที่ยวสงกรานต์ไม่เยอะหรอกนะ) เห็นแล้วชวนให้นึกถึงสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยิ่งนัก

4. รถเยอะเหมือนเดิม ขี่มอเตอร์ไซต์หลบรถ คนก็เดินหลบมอเตอร์ไซต์ รถหมดความอดทน ขับเบียดทั้งมอเตอร์ไซต์ทั้งคน ไม่แปลกใจเลยที่เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุเยอะที่สุด แต่ต้องยอมรับว่า ปีนี้คนตั้งป้อมเล่นน้ำดูบางตาอยู่สักหน่อย อาจเป็นเพราะ การขยายถนนรอบคูเมือง+ซ้อมตลิ่งคูเมือง ยังไม่เรียบร้อยดีด้วยก็ได้

และด้วยสังขารนั้นไม่เที่ยง เดินจากประตูสวนดอกถึงข่วงประตูท่าแพ กลุ่มสาวๆขอเดินผ่าเมืองกลับบ้าน(หอ) ปล่อยให้หนุ่มๆเดินแห่รอบคูเมืองต่อ ไม่ใช่ว่าเหนื่อยหรอก เบื่อมากกว่า พวกหนุ่มๆมันสนุกกับการสาดน้ำใส่สาวๆ แต่สาวๆเบื่อกับการโดนหนุ่มๆสาดน้ำใส่อ่ะ ระหว่างทางกลับ ก็เดินไปพร้อมๆกับขบวนแห่สรงน้ำพระ เห็นแล้วอยากมาสรงน้ำพระจัง พอแยกกับเพื่อนกลับแจ่งหัวลิน เจอมอเตอร์ไซต์ล่มอีก เป็นเด็กสาววัยละอ่อน สงสัยลงแบบเอาสีข้างถูพื้นถนน ขอให้ไม่เป็นอะไรมากเลย 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คำสอนเรื่องวันสงกรานต์ดีจังเลยนะคะ เพิ่งฟังตำนานเรื่องนี้เมื่อเช้าเหมือนกัน แต่เรื่องของธรรมะเพิ่งได้รู้จะบลอคของ kororoจังนี่ละค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้กัน confused smile

แฟชั่นสาวๆ แบบนี้แอบอันตรายนะคะ เสื้อขาว ชั้นในดำ ตอนเปียกๆ อาจดูเซะซี่ แต่ก็อาจทำให้เกิดสิ่งไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน ระวังหน่อยเน้อ

ไหนๆ ก็สงกรานต์แล้ว พี่ฟูขอสาดน้ำรับขวัญวันสงกรานต์หน่อยเน้อ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ สาดน้ำฉ่ำใจแล้วก็ตามด้วยมะลิหอมๆ จ้ะ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#1 By ฟูจัง~* on 2008-04-14 12:03

อยอะไรมากไปก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละครับ เล่นเอาสนุกพอควรก็พอแล้วconfused smile

ปืนฉีดน้ำ แฮ่~

#2 By 魔法のオオカミ on 2008-04-14 13:39

ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ
.
ดีจัง มีประวัติวันสงกรานต์ด้วย
.
สวัสดีวันสงกรานต์ จ้า
.
เล่นสงกรานต์ให้สนุกนะคะ ปลอดภัยๆ

#3 By cha_ame on 2008-04-14 14:04

ตำนานสงกรานต์ คำสอนลึกล้ำค่ะ
หน้าไม่ใช่แค่ใบหน้า อกไม่ใช่แค่หน้าอก เท้าไม่ใช่แค่เท้า
แต่ให้ระลึกถึงทั้งหน้าที่ จิตใจ และจุดยืนด้วย
ดีจริงๆค่ะ big smile

สงกรานต์ปีนี้ เราแดงเดือด เลยแอบไปดูชาวบ้านเค้าเล่นกันเยอะๆไม่ได้ T v T

ขอให้kororoซัง มีความสุขมากๆในปีใหม่ไทยนี้นะคะ~
เอ้า สาดน้ำๆ ^ ^
ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
ดอกมะลิ

#4 By Rurico on 2008-04-14 14:30

คำสอนดีทีเดียวครับ big smile

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับผม สุขกายสบายใจนะครับ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#5 By Buffo on 2008-04-14 17:52

มาสาดจ้า ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#6 By Sweety ღ with 시아준수 on 2008-04-14 19:42

ตำนานนี้ถ้าจำไม่ผิดเราเคยอ่านจากหนังสือ 50 นิทานไทย
เคยอ่านนานมากจนลืมไปแล้วนะเนี่ย
มาอ่านนี่อีกทีเลยนึกขึ้นได้ confused smile

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
ขอสาดน้ำละนะ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#7 By ~ Reinz ~ on 2008-04-14 21:10

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ นี่แน่ะ ปิ้วๆๆquestion
ได้อ่านธรรมมะเตือนใจด้วย ขอบคุณมากๆ
แถวบ้านสงกรานต์เถื่อนขึ้นทุกวันเลยอ่ะ โหด หน้าคนสาดก็โหดsad smile
อะโหหห ดีจังค่ะบล็อคพี่โค หุหุ

ประวัติสงกรานต์ + พระอาจารย์ก็ให้พรดีมากมายเลยอะ ที่มาจากคำถามน่ะค่ะ เป็นอะไรที่ตรงกับชีวิตมากๆ

+ เรื่องหน้าดุนี่ ส้มเองก็เป็นไม่ค่อยจะต่างกับคุณพี่เลยค่ะ แบบว่าเวลาเราทำหน้าเฉยๆ เพื่อนก็หาว่าเราเครียด เอ๊! ยังไงนิ หน้าเฉยๆก็หาว่าเครียด เหอๆๆ ก็เลย ปล่อยมันไป ..เพราะคงเปลี่ยนหน้าไม่ได้ 555+

ว่าแล้วก็สุขสันต์วันสงกรานต์ค่า > <''
สุดท้ายแล้วก็.. สาดดดด ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ,,อิอิ

เปียกไหมน่อ ?? = ='''

มีความสุขมากๆๆนะค่ะ ^o^