ศาสตร์แห่งยาฉีด

posted on 20 Apr 2008 14:43 by kororo

มาถึงเทคโนโลยีเภสัชกรรมตัวสุดท้าย ที่เรียกกันง่ายว่า "ยาฉีด" หรือ "ยาไร้เชื้อ"
จริงๆแล้วเราไม่ได้เรียนแค่ยาฉีด ยังเรียนพวกยาตา ยาฝัง ยารังสี ยาควบคุมการปลดปล่อยด้วย

ในที่นี่ เราเขียนแค่ยาฉีดอย่างเดียวก็แล้วกัน

ยาฉีด เป็นยาที่เข้าหลอดเลือดโดยตรง ไม่เหมือนกับยากินที่ต้องรอแตกตัว รอดูดซึมซะก่อน ซึ่งมันยุ่งยากและใช้เวลานาน ยาฉีดซิมันส์กว่า ฉีดจึ้กเข้ากระแสเลือดเลย อกกฤทธิ์เร็วดี(แต่คนฉีดเจ็บตัว) แต่ถ้ายาฉีดเราสกปรก มีอนุภาคแปลกปลอม มีเชื้อโรคปะปน แทนที่คนไข้จะหาย อาจตายจากยาได้ ดังนั้นการผลิตยาฉีด จึงเน้นความสำคัญที่ความสะอาดมากๆ

ความสะอาดที่ว่า..สะอาดแค่ไหน ลองอ่านดู

ห้องยาฉีด ต้องจัดวางของน้อยที่สุด และจัดวางให้เป็นระเบียบ หยิบและเก็บง่าย
รอยต่อระหว่างพื้นกับผนังห้องต้องเป็นมุมโค้ง ไม่ให้เป็นที่สะสมของเชื้อโรคและฝุ่นผง
อากาศต้องควบคุมให้มีอนุภาคแขวนลอยน้อยที่สุด อุรหภูมิความชื้น ความดันเหมาะสม
ติดเครื่องกรองอากาศ ติดหลอดไฟ UV ฆ่าเชื้อโรค
น้ำที่ใช้ในตำรับยา น้ำบริสุทธิ์ยังไม่สะอาดพอ ต้องบริสุทธิ์ระดับเกรดทำยาฉีดเท่านั้น
ส่วนคนทำแลป เนื้อตัวและเสื้อผ้าต้องสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ต้องตัดเล็บรวบผมเรียบร้อย
ยิ่งในห้องที่ควบคุมมาตรฐานความสะอาดมากๆ
คนทำแลปต้องสวมเสื้อผ้ามิดชิด ใส่ถุงมือถุงเท้า สวมหมวก ปิดปากปิดจมูก ใส่แว่น
ไม่ให้มีส่วนไหนของร่างกายสัมผัสอากาศในห้อง
นึกภาพออกรึเปล่า...ประมาณชุดอวกาศผสมชุดนินทา อารมณ์นั่นแหละ
การเคลื่อนที่เคลื่อนไหวต้องทำช้าๆด้วย ป้องกันอากาศแปรปรวน ฝุ่นผงฟุ้งกระจาย


จริงๆ หลักเกณฑ์และข้อปฏิบิตในห้องผลิตยาฉีดมีละเอียดยิบกว่านี้
ซึ่งข้อจำกัดต่างๆเป็นเครื่องยืนยันว่า ยาที่ผลิตออกมานั่น เป็นยาไร้เชื้อจริงๆ (sterile product)

ถ้าไปห้องเพื่อนแล้วชมเพื่อนว่า "โหย...ห้องแกสะอาด อย่างกะ clean room class 100 เลยว่ะ"
ถ้าเพื่อนคุณเรียนเภสัช เพื่อนคุณจะยิมแก้มปริ เพราะคุณเปรียบเทียบห้องเพื่อนเป็นห้องสะอาดระดับที่ว่า มีอนุภาคขนาด 0.5 ไมครอนหรือใหญ่กว่า อยู่ในห้องไม่เกิน 100 อนุภาคต่อลูกบาศก์ฟุต สรุปคือ... สะอาดโคตรๆ ไร้เชื้อโรคสิ่งสกปรก ของจัดวางเป็นระเบียบ

แต่หากคุณเห็นเพื่อนแต่งตัวสะอาดสะอ้านมาก เลยชมว่า "โหย...แกนี้ sterile จริงว่ะ"
ถ้าเพื่อนคุณคือผู้ถ่องแท้ในภาษาอังกฤษ คุณอาจโดนเพื่อนกระทืบได้
เพราะ sterile มันแปลว่า "ไร้เชื้อ" จริงๆนั่นแหละ

(ไร้เชื้อ = ไร้เชื้อสืบพันธุ์ = หมัน)

 

นี่เป็นผลิตภัณฑ์ของเทอมนี้ มีทั้ง ampoule (หลอด) และ vial (ขวด)
อาจดูแปลกๆไปบ้าง เพราะอันสวยๆส่งอาจารย์ไปหมดแล้ว

แลปยาฉีดนี้เป็นแลปที่สบายที่สุดใน 4 แลป(ยาเม็ด ยาน้ำ ยาอิมัลชั่น ยาฉีด)
ประการแรก...เป็นแลปกลุ่ม บางแลปแค่ยืนดูเพื่อนทำเฉยๆชิวๆ
ประการที่สอง...ทำแลปในห้องแอร์ เย็นสบาย ไม่หนาวเกินด้วย
ประการที่สาม...ไม่ต้องออกแรงปั่นโกร่ง บดยา ผสมสาร แค่เซ็ตเครื่อง บรรจุน้ำยา และ seal ปิดหัวมัน

การ seal ปิดหัวหลอดยาฉีดนี่แหละ สนุกที่สุด
อารมณ์ประมาณกิจกรรมเป่าแก้วในสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์
แต่ต้องเล่นกับไฟบ่อย หลายคนพลาดโดนไฟลวกก็มีหลายเคส
ต้องอาศัยศิลปะในการดึงปลายหลอดยาฉีดด้วย
ใครดึงออกมาได้ปลายมนสวย ได้หลอดยาฉีดสูงเท่าๆกันทุกอัน จักเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลมากๆ

นี่เป็นตัวอย่างของมือใหม่หัดดึงปลายหลอดยาฉีด
หลอดสีใสสองอันนี้ กะจังหวะไม่ดี เลยได้หลอดยาฉีดมีจะงอยเอาไว้แขวนราวตากผ้า
หลอดสีเหลืองอำพันนั้น เกิดจากความเลินเล่อเอง หนีบเศษแก้วไม่ดี ปล่อยให้ตกลงมาประกอบร่างกับหลอดยาฉีดใหม่ กลายเป็นสเปรย์ฉีดน้ำไปเลย
 

นอกจากศิลปะการเล่นกับไฟแล้ว การบรรจุยาฉีดก็สำคัญเหมือนกัน  หากมือไม่นิ่ง บรรจุยาเลอะขอบหลอดยาฉีด พอเอาไปรนไฟ ยาจะระเหยทิ้งคราบดำ เป็นการประจานตัวเองไปโดยปริยาย 

ความระมัดระวังก็ต้องมีในจิตใจนักวิทยาศาสตร์ทุกคน ปีก่อนที่ทำยาฉีดอะโทรปีน มีรุ่นพี่คนนึงเผลอขยี้ตาโดยไม่ได้ล้างมือหลังทำแลป ทำให้ม่านตาขยายเป็นที่ทรมานลูกกะตามากๆ คืนนั้นออกไปขับรถเที่ยวเล่น หรืออ่านหนังสือไม่ได้เลย

ทุกครั้งที่เข้าแลปนี้ ต้องสวมผ้าปิดปากปิดจมูก(mask)ทุกครั้ง
ต้องใส่ไม่ใช่เพื่อป้องกันนักศึกษาจากสารเคมี
แต่ป้องกันสิ่งสกปรกขากตัวนักศึกษาลงหลอดยามากกว่า
แต่เพราะต้องเข้าแลปทุกสัปดาห์ จึงต้องมี mask ปิดหน้าด้วย
ตามหลักที่ถูกต้องแล้ว ควรเปลี่ยน mask ทุกครั้งหลังใช้เสร็จ
แต่นักศึกษากระเป๋าแห้ง บางคนจึงใช้ mask ตัวเดิมอันเดียวตลอดเทอม
(อาศัยฆ่าเชื้อโดยการผึ่งแดดเอา)

ความยุ่งยากของแลปนี้คือ ต้องแพ็คผลิตภัณฑ์ลงกล่อง และแปะฉลากยาให้เรียบร้อย
กล่องก็ใช่ว่าสักแต่ทำ ต้องมีตัวยึดหลอดยาป้องกันการกระทบกระแทกกระเทือน

แต่ละกลุ่มจึงมีตัวแทนไว้คนนึงสำหรับเป็นแม่แบบฉลากยา  
ที่ทุกคนสามารถไปพึ่งพา อาศัยบารมีฉลากยามาดัดแปลงใส่ชื่อตัวเองแบบเนียนๆ
อีกอย่างที่ก็ต้องสรรหากันเองคือ กล่องบรรจุหลอดยาฉีด
จะเป็นกล่องขนม กล่องเครื่องสำอางค์ที่ไม่ใช่แล้วก็ได้ แล้วห่อให้เรียบร้อย
ทำยังงี้ทุกสัปดาห์ ถ้าเป็นตอนปี1 ก็สนุกอยู่นะ ออกแบบฉลากยาเอง ประดิษฐ์กล่องเอง
แต่ปี3 แล้วอ่ะ การบ้านก็เยอะ ขี้เกียจ เลยจับสำลียัดๆลงไป ห่อกระดาษ เขียนฉลากส่งก็พอ

ปล.ระยะนี้ บ้านเราร้อนอย่างโหดร้ายชะมัด ร้อนจนไม่อยากอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มียาฉีดที่ทำให้หายร้อนมั่งมั้ยครับ? เหอะๆๆ
.
แต่แอบสงสารคนที่ทำหน้าที่ในLABนี้นะครับ
เพราะนอกจากหน้าที่ที่ออกจะยุ่งนิดแล้ว..
ของแต่ละอย่างมีราคาทั้งนั้น ขืนไม่ระวังล่ะแย่เลย
เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆ
sad smile
โอ... คนกลัวเข็มอย่างผม ไม่กล้าอ่านเลย

ถ้าต้องวางยาสลบ ผมขอให้หมอ พวกที่ท้ายทอยให้หลับไป ดีกว่าฉีดยาซะอีก
จริงๆแล้วฉีดยาไม่ได้เจ็ยมากเท่าไหรนะคะ

มันเสียวตอนเสี้ยววินาทีที่เข็มทิ่มลงไปมากกว่า

(มดกัดยังเจ็บกว่า)
อ้อ ยกเว้นวัคซีนบาดทะยักไว้อย่างนึงค่ะ
ฉีดทีปวดได้ใจจริงๆ ยังไม่ลืมมม

#3 By +|| m i n e y ||+ on 2008-04-20 18:22

อ๊ะ กลับมาตอบคอมเม้นนิดนึง
หนังเรื่อง The Three Kingdoms สินะคะ

ดูค่ะ ฮี่ๆๆๆ ไปดักหน้าโรงเลย XD

#4 By +|| m i n e y ||+ on 2008-04-20 18:27

อืม พูดถึงเรื่องแล้วเสียวนะคับ
แต่จิงๆแล้วมันก็ไม่ค่อยเจ็บจิงๆนั่นแหละคับ เหอๆ
(แต่ก็เสียว)
ฟังดูยุ่งยากนะคับเนี่ย
อ้า ร้อนๆยิ่งใส่ผ้าปิดปากไม่ร้อนแย่เหรอคับ เหอๆ

#5 By \(●_●)/tako0 on 2008-04-20 18:33

ว้าว...เค้าทำกันขนาดนี้เลยหรอเนี่ย
ทุ่มเทดีจังเลย(ทึ่งจัด)
จะว่าไปก็ไม่ใช่คนกลัวเข็มอะไรเลยเว้นแต่เข็มเจาะเลือด
แต่ถ้าเกิดให้มาหล่อหลอดแก้วใสๆอย่างนี้ 10 วันไม่รู้จะได้สักอันหรือเปล่า 555+ sad smile

ปล. มียาฉีดพวกเลือดหมูเกาเหลาหรือเปล่าค่ะ เป็นคนไม่ค่อยทานของมีเลือดเท่าไหร่ ^^"

#6 By กระต่ายสีดำ on 2008-04-20 19:52

ยุ่งยากกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย sad smile

#7 By ®เคคุง©™ on 2008-04-20 22:50

ฟังเหมือนแล็บอวกาศพิกล........

#8 By zanael on 2008-04-21 00:49

อ่านแล้วได้ความรู้ดี
แต่คนกลัวเข็มอย่างผม ขอยากินเป็นอันดับแรก sad smile
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ขอเข้าไกล้เข็มฉีดยาเลย

big smile big smile big smile

#9 By Nirvana on 2008-04-21 06:45

โห ซับซ้อนจัง

ถึงว่าทำไมยาฉีดมันถึงแพงนักนะ...open-mounthed smile

#10 By = ต้น = on 2008-04-21 17:40

โอ..เราเพิ่งเคยเห็นหลอดยาฉีดล่ะค่ะ จริงๆนะ
จะว่าไป ปลายโค้งๆแบบในรูปที่สองก็ดูน่ารักดีนะคะ 55+
(แต่คงไม่ได้เอาไปใช้กันใช่ไหมหนอ)

อ่านที่บรรยายห้องทำยาแล้วสุดยอดมาก
นึกภาพห้องที่มีรอยต่อเป็นโค้งๆ
ประกอบกับการแต่งกายและการเคลื่อนไหวของคนทำแลป
เห็นภาพออกมาประดุจห้องทดลองในยานอวกาศเลยค่ะ~!

..ว่าแต่ ช่วงนี้ร้อนจริงๆด้วยเนอะ ขนาดบ้านเราฝนตกยังร้อนแท้ๆเลยเทียว

#11 By Rurico on 2008-04-21 22:11

เด็กเภสัชนี่ช่างเปรียบเทียบได้น่าดูชม ชมัด 555+
เวลาเปิด นี่ ดีด เอาหรือหักเอามันส์กว่าครับ อิอิ

#12 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-22 00:03

การืยามันยากเย็นขนาดนี้เชียว อ้ากกกก
เเต่เมื่อก่อนเราก็เคยหนีฉีดยาเหมือนกันน่า 555
เเถมบางที่เจอพยาบาลมือหนักอีกซวยเลย

#13 By MISAKI on 2008-04-22 10:07

โอ้โห สุดยอดไปเลยครับ cry
ได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องยาฉีดเพิ่มขึ้นมาเพียบเลย

งี้แสดงว่า ตั้งแต่เกิดมาห้องเราไม่เคยเป็น clean room class 100 เลยแม้แต่ครั้งเดียว sad smile
มันจะไม่มีวันเป็นยังงั้นเด็ดขาด

*ป.ล. สงสัยเหมือนคอมเมนต์ข้างบนครับ เวลาเปิดนี่ต้องทำยังไงกันนะ? embarrassed

#14 By Shong on 2008-04-22 10:16

เวลารนไฟเพื่อปิดปากหลอดเฮียว่าใช้คีมมันยากนา~ เปลี่ยนมาใช้นิ้วดีกว่า ท่าทางร้อนดีด้วย จะได้ลบรอยนิ้วมือไปด้วยในตัว อิอิ open-mounthed smile
(หลอดสีเหลืองอำพันยังกะม้าหมากรุก?embarrassed )

ปล.แต่อากาศมันก็ร้อนจริงๆนะ ยิ่งคอมไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ด้วยแล้ว.....ร้อน (นี่แหละเลยไม่ค่อยจะมาอัพ blog เท่าไหร่)

#15 By PepTender on 2008-04-22 13:18

Blog สวย มีสาระ เยี่ยมมากๆค่ะ confused smile

#16 By P' Ming (202.149.25.225) on 2008-04-26 11:36

อยากลองทำดูบ้างจัง

cry