สวนสัตว์เชียงใหม่ มีอะไรมากกว่าหลินปิง
posted on 16 Oct 2009 19:28 by kororoข้าพเจ้าจะเขียนแต่สิ่งดีๆ มองอะไรในเง่บวก ไม่เอาอารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจอะไรมารบกวนการเขียน blog ในครั้งนี้ ดังนั้น คุณลูกเจ้าของสวนสัตว์ หรือผู้เกี่ยวข้องใดๆก็ตาม อย่าได้ search google แล้วเจอเล้ย...สาธุ....
ก็นะ...เขียนไปเดินฆ่าเวลาที่สวนสัตว์เมื่อปีที่แล้ว
เขียนไป บ่นไป อากาศมันร้อน แปะรูปไป ดันได้ hot ซะงั้น
ปีถัดมาเจอลูกชายเจ้าสวนสัตว์ comment
ผมเป็นลูกเจ้าของสวนสัตว์อยากรู้เรื่องสัตว์
คุยกับผมทางเมลล์ .... @ hotmail.com (แปะอมยิ้มไว้อีกตังหาก)
ไม่รู้นะว่าด้วยเจตนาอะไร คิดในแง่ดีก็ดีไป แต่เราเขียนบ่นไว้ซะเพียบเลย
อร๊าก!!!! ไม่นะ!!!! ฉันไม่คุ้นกับสถานการณ์แบบนี้
เหมือนกับเขียนนินทาหัวหน้าในที่ทำงาน
แล้วลูกสาวหัวหน้าดันมาอ่านเจอแถมทิ้ง comment ตบท้ายให้เดาสถานการณ์ไม่ถูกอีกตังหาก
ม่าย ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! !
ใครอยากรู้เรื่องสัตว์ ก็ mail ไปคุยกับมืออาชีพเลยนะคะ คอมเมนต์ที่ 41
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เหมือนเป็นภารกิจประจำปิดเทอม ต้องหาวันไปเดินสวนสัตว์สักรอบให้เพลินอุรา
เรื่องของเรื่องคือ วันก่อนหน้านั้นกินพิซซ่าไป 2 ชั้นกับหมี่ผัดอีกพูนชาม
ถ้าไม่หาเรื่องเดินออกกำลังมาราธอน ขึ้นเขาลงเขาสักหน่อยก็เกรงใจไขมันหน้าท้อง
ก่อนเข้าสวนสัตว์ ก็ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยตามเดิม
เพราะก่อนมา โดนแม่พูดดักไว้หลายรอบ
ว่าเดินสวนสัตว์คนเดียวมันอันตรายบ้าง เดี๋ยวฝนจะตกบ้าง
เลยขอครูบาฯท่านให้เดินทางปลอดภัย ขอให้น้ำหนักลงสัก 5 ขีดก็ยังดี
มาเที่ยวรอบนี้ ก็จะเข้าไป Aquarium ด้วย สิริรวมก็ 290 บาท
พี่เจ้าหน้าที่ก็น่ารักมา ทอน 10 บาทให้เราเป็นเหรียญบาทหมดเลย
ดีค่ะ จะได้เอาไปจ่ายค่าข้าวให้ป้าเล็ก ป้าเล็กจะได้มีเงินเหรียญให้ นศ. เยอะๆ
การที่ค่าข้าวขึ้นราคาเป็น 18 บาท 23 บาท ทำให้ นศ. ทุกคนมีเงินเหรียญติดตัว
เอาไว้จ่ายค่าถ่ายเอกสาร เอาไว้แชร์ค่าอาหาร แม้กระทั่งเหรียญ 50 สตางค์ ก็จ่ายกันได้
แม้จะเป็นวันธรรมดา เวลาราชการ คนก็มาเที่ยวสวนสัตว์กันเพียบ
แต่ทางเดินไม่ค่อยมีคนมากนัก เพราะนั่งรถไม่ก็นั่งโมโนเรลกัน
เราก็เดินไปเรื่อยๆ เจอพี่เจ้าหน้าที่ทัก..."นักศึกษาฝึกงานเหรอ???"
...O_o...เราว่าเราแต่งตัวเป็นนักท่องเที่ยวเต็มที่แล้วนะเนี่ย
(เสื้อยืน กางเกงยีนส์ เกือกผ้าใบ สะพายกระเป๋าธนาคารกสิกรไทย ถือร่มธนาคารไทยพานิช)
เพิ่งจะสังเกตว่าช่างนี้มีนักศึกษาฝึกงานจากคณะเกษตรบ้าง แม่โจ้บ้าง นักศึกษาสัตวแพทย์บ้าง เดิน/ขี่มอเตอร์ไซต์กันทั่วสวนสัตว์เลยทีเดียว ดีค่ะ ทางไม่เปลี่ยว คนพลุ่กพล่าน ปลอดภัยดี พนักงานสวนสัตว์ก็อัธยาศัยดีล้ำ
แพะบ้านค่ะ อยู่หลังลานการแสดง ร้องเสียงดังมาก เลยเดินตามเสียงมาดู
เห็นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้อดนึกถึง เมย์ ในอนิเมเรื่อง stromy night
เลยหาเศษหญ้าอะไรให้มันกิน บังเอิญมีเศษถั่วฝักยาวตกอยู่ เราก็แหย่ๆให้มันกิน
ดูมันแฮปปี้มากมาย ทั้งๆที่ในกรงมีซากถั่วฝักยาวฝังโคลนอยู่บานเบอะ
จากแพะบ้านเป็นแพะภูเขา เห็นมันยืนอยู่สุดริมยอมผา เราก็ fight ขึ้นบันไดไปถ่ายรูป
ผลคือ...วันรุ่งขึ้นน่องตึงไปเลย
หมีควาย เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูน่าชมกว่าหมีแพนด้าที่นอกจากนอนก็กินไม้ไผ่ (หากไปในเวลานาทีทอง อาจจะเห็นมันเล่นกัน) อยากน้อยมันก็เดินๆนั่งๆ มองมาทางเราแล้วตะปบกันเองให้เราดู แล้วก็แผงคอกับรอยจันทร์เสี้ยวที่อกมัน...ดูกี่ทีก็เท่ห์ซะไม่มี
ผ่านกรงหมี ก็ไต่ระดับไปดูแมวน้ำ...
ถ้าอยากดูแมวน้ำ สงสัยคงจะได้เฉพาะเวลาแสดงแมวน้ำ...ซึ่งเราก็ไม่อยากรอแฮะ...เดินต่อ
ไปดูเพนกวิน ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตชีวา จนถ่ายรูปไม่ทันทุกที
สะพานนกยูง...แล้วเราก็เดินตามหลังนกยูงไปดูเกาะชะนี
ชะนีนั่งหงอยริมน้ำตก โดดเดี่ยวเดียวดาย (จริงๆมันท่าจะร้อนนะ เลยมาอยู่ริมน้ำ)
อันนี้อยู่เป็นคู่ ดูโรแมนติกไปอีกแบบ...(ใครเอาตุ๊กตาลิงไปวางตรงนั้นน่ะ!)
ข้างๆเกาะชะนี เป็นเรือนสัตว์เลื้อยคลาน ดูไปสยองไป
พวกงู กิ้งก่า กิ่งกือ จระเข้ แย้ เหี้ย พวกนี้น่ะ ดูตามันแล้วขนลุกชอบกล
เดินไปได้ยินเสียงดัง แกร๊บ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ตกใจค่ะ นึกว่าตะกวดหลุดออกจากกรง ยืนตะลึงงันอยู่อย่างงั้น พอตั้งสติได้...
ป้าดโธ่....กระต่ายนี้เอง....แล้วสิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อาหารชั้นล่างมาเล่นอะไรแถวนี้หนอ (ฝั่งตรงข้ามกับเรือนสัตว์เลื้อยคลานเป็นกรงเหยี่ยวซะนั่น) ไม่ได้อยู่ตัวเดียวด้วยนะ อยู่เป็นครอบครัวเชียว (มีอีก 2 ตัวนอนพึ่งอยู่ตรงทางเข้า)
ยืนดูเหยี่ยวดูนกออกกินอาหารกลางวัน (เนื้อสดแขวนบนกิ่งไม้) จนหนำใจ ก็เดินต่อ
เจอโซนใหม่ที่เมื่อปีที่แล้วเขากำลังก่อสร้าง...
อันแรกเป็นเรือนรักของคุณพุด เก้งเผือกพระราชทานจากสวนสัตว์ดุสิต กับ คุณเอย เก้งธรรมดาแต่ลักษณะงามกว่าเก้งอื่นๆ ทั้งสองได้มีวาสนาร่วมกันในวันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์ 2552) โดยมีพยานในพิธีรักนี้คือ คุณภราดร และคุณนาตาลี ศรีชาพันธุ์...แหม น่าอิจฉาซะไม่มี ตอนนั้นเรากำลังสอบไฟนอลอยู่เลยนะเนี่ย แต่ทั้งสองไม่ยอมออกมาเปิดตัวหน้ากล้องเรา เอาแต่นอนอยู่ในท่อ ถ่ายภาพไม่ถึง
ถัดจากเรือนรักของคุณพุดกับคุณเอย ก็เป็นกรงไก่ฟ้า สร้างใหม่ตระการตา น่าย่องเข้าไปถ่ายรูปนกนักแล
ค่อยๆย่องไปไม่ให้ไก่ตื่น นกในนี้แทบจะเอื้อมมือไปจับได้อยู่แล้วเชียว...จับไปเข้าเตาอบ ท่าจะหอมอร่อยเอื้อก
เหมือนเข้าสวนนกนครพิงค์แล้วเจอเก้ง
เข้าดงไก่พง ดันเจอกระจงน้อย (ควรนี้มันอยู่ในกรง)
...ดูตามันซิ...อย่างกับหนูในห้องแลปที่กำลังร้องขอชีวิต TTwTT
ว่าไปนั่นนะ...จริงๆมันดูบ๊องแบ๊วน่ารักบอบบางมาก...ตัวก็เล็กกว่าฝ่ามือเรานิดเดียวเอง
ออกจากกรงไก่ฟ้า ไปสะพานกวางใหม่
นั่นมัน....กระต่ายกับเต่า...ที่สะพานกวางใหม่ =A=...จับมาอยู่ด้วยกันได้น่ารักน่าชังซะไม่มี
ส่วนนี้เป็นสะพานกวางเก่า (ตั้งชื่อเอง) เรียกว่าเก่าเพราะร้างคนเลยทีเดียว อยู่ติดๆกับ Adventure park นั่นแหละ
เอนทรี่หน้าถึงคราวเข้าไปหลบแดดแช่แอร์ใน Aquarium แล้ว >w<
ทางนี้ไปได้แต่เขาดิน

ไปสวนสัตว์เชียงใหม่ก็บ่อยมาก
ในรอบปีนี้ ..
ได้ดูสัตว์เยอะแยะมากมาย
ชอบอควาเรียมมากคะ
เมื่อปีที่แล้วดูฉลาม ตัวมันยังเล็กอยู่เลย
มาปีนี้มันตัวโตขึ้นมาก
อีกอย่างเราชอบ ยีราฟมากๆ เลย อิอิ
เอาถั่วไปให้มันกิน ..
ส่วนหมีควายก็น่าสงสารมันนะ
ไม่ค่อยมีใครไปดูมันเลย
ปล. เรายังไม่เคยขึ้นรถลอยฟ้าเลยอะ
อยากขึ้น แต่แม่ไม่ให้ขึ้น
#1 By Penelope.4th on 2009-10-16 20:45