ลอยกระทงพร้อมระบายอารมณ์
posted on 04 Nov 2009 13:59 by kororo
แปะการ์ดลอยกระทงก่อน
เขาว่าคำอธิษฐานสะท้อนถึงสถานการณ์ปัญหาชีวิตในช่วงเวลานั้นๆ
พอดีไม่ใช่คนที่ชอบบันทึกว่าตัวเองชอบอธิษฐานอะไรบ้าง
พอมา review ดูคำอธิษฐานวันลอยกระทงแล้ว...ก็จริงแฮะ
ปีก่อน...จำได้เลยว่าอยู่ในช่วงทำสงครามเย็นกับเพื่อนที่ทำปัญหาพิเศษ (วิทยานิพนธ์ฉบับย่อ)
แม้ว่าเทอมนี้จะต้องร่วมงานอีก แต่ก็แผ่เมตตาให้เต็มเปี่ยมไปแล้ว เอาขนมไปเซ่นไหว้แล้ว
และยกเพื่อนท่านนั้นทูนศีรษะ จะไม่จาบจ้วงหยาบคายต่อหน้า แต่ลับหลังขอพิจารณาเป็นสถานการณ์ไป
ส่วนปีนี้ (กระทงแทบไม่แตกต่างกับปีที่แล้วเลยนะเนี่ย =[]=)
คำอธิษฐานสะท้อนวิกฤตการณ์ในช่วงชีวิตนั้นๆ =_=
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเอือมระอากับทุกสรรพสิ่ง (โดยเฉพาะสรรพสิ่งที่คณะตัวเอง)
ทำให้ความคิดอยาก fade หายไปจากสังคม ไปกินหญ้าไถนาแถบบ้านนอกกลับมา
จึงขอโอกาสเขียนเพื่อบำบัดตัวเอง และให้ตัวเองในอนาคตอ่านให้ขำเล่น
อาจมีคำหยาบคายบ้าง ก็ขออภัย
เริ่มต้นที่วิชาเตรียมความพร้อมเพื่อออกฝึกงาน
อาจารย์ให้เพื่อนๆเขียนว่าวิชานี้อยากจะทำอะไรกัน (ฟังดูอิสระดีนะ)
พอเขียนๆไป แยกกลุ่มกันไป ก็จะได้
กลุ่มรับผิดชอบเรื่อง CRA อย่าไปสนใจเลยว่ามันคืออะไร เพราะเราก็ไม่สนใจเหมือนกัน
กลุ่มรับผิดชอบเรื่องการเตรียมยา
กลุ่มรับผิดชอบเรื่องภาษาอังกฤษ
กลุ่มรับผิดชอบเรื่องการเสริมบุคลิกภาพภายนอก อยากบอกว่ากลุ่มนี้จะมีการเรียนการสอนวิธีแต่งหน้าด้วยนะ สาธุ
กลุ่มรับผิดชอบเรื่องการเสริมบุคลิกภาพภายใน อันนี้งานเข้าของแท้ เพราะเราได้อยู่กลุ่มนี้
อะไรคือการเสริมบุคลิกภาพภายใน
คำจำกัดความมันคือ การพัฒนาจิตใจมนุษย์นั่นเอง...เอาแล้วไง เล่นกับใจคนทั้ง 32 ชีวิต
ตอนแรกว่าจะเชิญวิทยากรมาบรรยาย แต่เพื่อนยกมือขอไปวัด
โอเค...ไปวัด...ไม่รู้เข้าใจตรงกันรึเปล่า คือไปถือศีล ปฏิบัติ ทำวัตรเช้าเย็น กวาดลานวัด อะไรเถือกนั้น
เราก็ไปหาสถานที่ให้ แต่พอดีเป็นช่วงทอดกฐิน วัดไม่ว่าง
เลยตกลงว่าจะไม่ไปวัด แต่เชิญวิทยากรมาเหมือนเดิม
เพราะหลังเปิดเทอมสัก 2-3 สัปดาห์ การงาน assignment เริ่มเข้ามาแล้ว
ถ้าจะไปถือศีล ปฏิบัติจริงจัง คงจจะยาก
พอปรึกษาอาจารย์ อาจารย์แนะนำให้เป็นค่ายคุณธรรมดีกว่า
เชิญวิทยากรมาบรรยาย ทำกิจกรรมเล็กน้อย ปฏิบัติธรรมเล็กๆ
เราก็เอ่อ...มีประโยชน์กว่า...เราก็ไปแจ้งวันให้เพื่อนใหม่
แต่เพราะความโง่เขลาเราเอง ดันวางแผนผิดพลาด สื่อสารไม่เข้าใจกัน เลยเจออะไรที่มันป่วงจิต จนอยากหนึไปขัดส้วมที่สวนปรุง
เพื่อน A : ทำไมอ่ะ ก็วันนั้นตกลงกันแล้วว่าจะไม่ไปวัด
เรา : เอ่อ เราผิดเอง เรายอมรับผิด แต่เราว่างานนี้ได้ประโยชน์กว่าเชิญวิทยากรมาพูดบ่ดายๆ
เพื่อน A : แก...เราไม่พร้อม ถ้าจะเข้าวัดต้องเข้าด้วยใจดิ แบบนี้เราไปก็ไม่ได้ประโยชน์
เรา : ก็เมื่อกี้เราบอกว่าไปศูนย์ปฏิบัติ ไม่ใช่ไปวัด (แสด...เมื่อกี้มึงตั้งใจฟังกูไหมเนี่ย)
เพื่อน A : เอ่อ นั่นแหละๆ แต่เราไม่พร้อมอ่ะ
เรา : .....
comment: ไม่ทราบว่าจะ อาร์ตตัวพ่อตัวแม่ ไปไหนกัน ทีเราไม่เต็มใจจะฟัง CRA อะไรพวกนั้น เรายังไปฟัง ดังนั้น...อย่ามาอ้างว่าต้องไปด้วยใจ ฟังไม่ขึ้นเว้ย เข้าใจไหม ว่านี่มันวิชาเรียน ไม่ใช่กิจกรรมอิสระ (ความคิดเผด็จการโคตรๆ) แล้วที่สำคัญ คนที่คิดว่าจะไปแล้วไม่ได้อะไร ต่อให้ไปอยู่เป็นเดือนเป็นปี มันก็ไม่ได้อะไรกลับมาจริงๆนั่นแหละ แต่คนที่คิดว่าไปแล้วมันต้องได้อะไรกลับมาบ้างซิน่า เพียงไปไม่ถึงวัน เขาย่อมได้ในสิ่งที่เขาเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน
เพื่อน B : แก...เราถามจริงๆ ถ้าเราไม่ไปวัด จะมีผลต่อคะแนนม่ะ
เรา : (บอกว่าไม่ได้ไปวัด ไม่มีใครตั้งใจฟังเลยเรอะ) มี...มีแน่ๆ 15%
เพื่อน B : ....(หน้าเครียดจัดแล้วจากไป)
comment: เจอแบบนี้แล้วอยากลาออกไปขายเต้าฮวย ตอนที่แบ่งคะแนนให้แต่ละกลุ่มอ่ะ ดูกันบ้างไหม ว่ากลุ่มเดี๊ยนก็มีคะแนนนะโฟ้ย....อย่าทำเป็นลืมทำเป็นไม่รู้ได้ไหม...เอ่อซิ...กลุ่มเรามันนอกสายตา...=w=''
เพื่อน C: ทำไมต้องเลือกวันที่ตรงกับ Sport day ด้วย!!!
เรา : อ้าว...sport day เรอะ...
เพื่อน C: อีกแล้วอ่ะ คราวที่แล้วก็ตรงกับงานขันโตก ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกที (แผ่ออร่าจิตหงุดเงี้ยวเต็มปรี่)
เพื่อน D: นั่นสิ...Sport day ปีสุดท้ายแล้วนะ เพื่อนคนอื่นเขาก็อยากดูกัน
เพื่อน E: เลื่อนวันไม่ได้เหรอ
เพื่อน F: เลื่อนไปสัปดาห์อื่นเราไม่เอาแล้วนะ งานมันเยอะ
เพื่อน G: Sport day ปีสุดท้ายแล้วนะแก...
เพื่อน H: อ่อ...เราไม่ไปด้วยนะ เราต้องเตรียม present soap
เพื่อน I : ได้ยินว่า สมัครใจไปใช่ไหม งั้นเราไม่ไปแล้วนะ ไม่อยากไป
เพื่อน J: อาจารย์คนนั้นเป็นคนจัดใช่ไหม...เราอคติ เราไม่ไป
เพื่อน K: ไปตั้ง 3 วันเลยเหรอ หนักไปรึเปล่า 2 วันก็พอ แล้วกลับตอนเย็นวันเสาร์ เพื่อนจะได้ไม่เครียด
เรา : ....(ไมเกรนแดกจี๊ดส์ๆ)...
โว้ย...ยิ่งฟังยิ่งคิดมาก ยิ่งคิดยิ่งเครียดสุดหูรูด
ไม่รู้ใครเครียดมากกว่ากัน ระหว่างคนจัดงานกับคนเข้าร่วมงาน
การจะพาเพื่อนไปในทางที่ดีที่ชอบ ไปเจออริยบุคคล แล้วต้องมาเจอสภาวะแบบนี้
ไม่รู้ว่าจะได้บุญหรือบาป จากการบังคับข่มขื่นใจเพื่อนๆไปค่ายพัฒนาจิต
พอเครียดแล้ว เรามักโทษตัวเอง โทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ
โทษที่ตัวเองทำอะไรไม่ดีกับเพื่อนไว้มาก
โทษที่ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้เสียการงาน
โทษที่ตัวเองยังปล่อยวางไม่เป็น
(ไมเกรนแดกต่อไป)
วันนี้จึงนัดทีมมาออกแบบกิจกรรมสำหรับค่าย 2 วัน (แม่เจ้า...2 วัน ดูซิ 2 วัน only!!!) ส่งอาจารย์
แล้วเมื่อกี้อาจารย์ตอบกลับมาว่าเข้าค่าย 2 วัน มันไม่คุ้มค่า
และคงไม่ได้ประโยชน์อะไรไปกว่าการเชิญวิทยากรมาบรรยายที่คณะ ดังนั้น
กิจกรรมค่ายพัฒนาจิต 2 วัน 1 คืน* เป็นโมฆะไป...
โว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ไม่รู้จะเสียใจหรือดีใจ
เสียใจ ไม่ได้ไปค่าย เราอยากเจอวิทยากรอ่ะ อยากไปฟังบรรยายอาจารย์
ดีใจ ไม่ต้องมาเครียดจิตตก ไมเกรนแดกแล้ว สะใจ เรื่องมากนัก ลำบากใจกันนัก ไม่ต้องไปมันเลย
แต่ที่แน่ๆ รู้สึก โล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก
แบกความคิดคนอื่น ปรุงแต่งความคิดตัวเองเอาไว้นาน
พอแล้ว...
ขอโทษเพื่อนที่มีความตั้งใจจะไปพร้อมกับเรา ขอโทษที่ไม่มีความสามารถพอจะจัดค่ายนี้ให้รอดได้
ขอโทษเสียงส่วนน้อยที่สร้างความยุ่งยากลำบากขัดเคืองใจ
ขอโทษไว้ตรงนี้แหละ ในโลกความเป็นจริงไม่กล้าพูด ไม่อยากเห็น response ที่ทำให้คิดมากไปกว่านี้
ขอให้สนุกกับ CMU Cheer Day
*** ที่ว่าค่าย 2 วัน 1 คืนน่ะ ไม่รู้ว่าจะเรียกถูกไหม เพราะเข้าค่ายเย็นวันศุกร์ ออกเย็นวันเสาร์...เฮ้ย...มัน 1 วันนี่หว่า...แต่เหมือนถูกเพื่อนสะกดจิตให้เวลาดูเยอะไว้ก่อน...

ให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอกครับ
#1 By dowrun happy on 2009-11-04 15:42