หัวใจในจดหมาย [Letter bee]

posted on 02 Oct 2011 19:51 by kororo
ช่วง 1 สัปดาห์มานี่ออกอาการเพ้อคลั่ง Crazy การ์ตูนเรื่องนี้มากๆ

 
Letter bee [tegami bachi]

เนื้อเรื่องเป็นยังไงเหรอ...

เอาย่อๆ เป็นเรื่องราวของ แล็ก ซีอิ้ง เด็กน้อยอายุ 12 ปี ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็น ผึ้งจดหมาย ซึ่งทำหน้าที่ส่งจดหมายไปยังสถานที่ต่างๆ (บุรุษไปรษณีย์ นั่นเอง) แต่การเป็นบุรุษไปรษณีย์ในโลกของแล็กกับโลกของเราไม่เหมือนกัน เพราะโลกของแล็กไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีโทรเลข การสื่อสารทางไกลทางเดียวคือ จดหมาย และโลกของแล็กอยู่ในความมืด มีเพียงแสงดาว และแสงจากด้วยอาทิตย์ประดิษฐ์ 1 ดวงเท่านั้น...แถมโลกของแล็กยังมีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน เมืองชนชั้นสูงอยู่ใกล้แสงอาทิตย์มากที่สุด รองลงมาก็เมืองชนชั้นกลาง และเมืองชนชั้นล่างที่อยู่รอบนอกซึ่งไม่ได้สัมผัสแสงจากดวงอาทิตย์ประดิษฐ์เลย และแล็กก็มาจากเมืองชนชั้นล่างนี่แหละ



การส่งจดหมายของแล็กคือการเดินเท้า หอบจดหมายผ่านเส้นทางอันตราย เผชิญหน้ากับแมลงเกราะที่คอยดักกิน "หัวใจ" ของผู้คนและ จดหมาย ที่ผึ้งจดหมายหอบไปด้วย และอาวุธเดียวที่จะทำลายแมลงเกราะได้ คือ หัวใจของผึ้งจดหมาย โดยดัดแปลง "หัวใจ" บรรจุลงในกระสุนปืนแล้วยิงตู้ม.....ถ้ายิงไม่บันยะบันยัง กระสุนหมด หัวใจก็หายไป (กลายเป็นคนไร้หัวใจ)

ในจดหมาย มี"หัวใจ"อยู่ ???

ก็เหมือนเวลาเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง เราจะมีความตั้งใจ ใส่ใจ ทำด้วยใจ การเขียนจดหมายก็เหมือนกัน
ยิ่งในโลกของแล็ก การส่งจดหมายที่บุรุษไปรษณีย์ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอันตรายและการเดินทางที่ลำบาก
ค่าจดหมายคงจะแพงน่าดู เอ๊ย คนส่งก็ต้องตั้งใจเขียนให้ได้เรื่องได้ราวให้คุ้มค่ากับค่าส่ง จม.

ในโลกของเรา...จดหมาย ที่ปัจจุบันเราไม่ค่อยจะได้เขียนส่งใครๆกันแล้ว
(เพราะใช้ email กับ message ที่รวดเร็วกว่าแทน)
แต่ถ้าวันดีคืนดี ได้รับไปรษณียบัตรจากใครสักคน ก็จะรู้สึกพิเศษเอามากๆเลย บรรยายไม่ถูกแฮะ

จดหมายมีสเน่ห์ตรงที่ "การรอคอย" รอทั้งคนรับ และคนเขียน เป็นการเชื่อมโยงความรู้สึกที่เปราะบางอย่างลึกซึ้ง และ "การมาอย่างไม่คาดคิด" เพราะไม่มี message มาแจ้งเตือนเราก่อนนี่นา ว่า จม. มาแล้วคร้าบ เหมือนใน FB รู้สึกตัวอีกที จดหมายก็เปียกฝนเน่าคาตู้รับจดหมายแล้ว 555+

นี่แหละ ทำให้รู้สึกจดหมายนี่มัน"พิเศษ"จริงๆ

และการ์ตูนเรื่องนี้ก็หยิบเอาเรื่อง จดหมาย มาเป็นหลักในการดำเนินเรื่อง(ช่วงแรก)

พอไปสืบประวัติการ์ตูนเรื่องนี้ดู ปรากฏว่าเป็นการ์ตูนที่ออกมาได้นานพอสมควรแล้วล่ะ (ปี 2009)
แต่ก็เป็นช่วงที่เรากำลังเรียนปีท้ายๆ ไม่ค่อยได้ติดตามการ์ตูนเท่าไหร่

เมื่อ 2-3 เดือนก่อน คืนนั้น...นั่งอ่านหนังสือไป เปิดดูทีวีไป
ก็เจอโฆษณาของ animex กำลังโปรโมทการ์ตูนเรื่องนี้พอดี
ลายเส้นสวย ฉากงาม โอเคเลย เพลงก็เพราะ เลยลองนั่งดูอนิเมเรื่องนี้ตอนประมาณตี 1 นี่แหละ
แล้วก็ดูมาเรื่อยๆอีก 5-6 ตอน เพราะเข้าใจว่า....

 
คนๆนี้เป็นพระเอก ! ! ! ! ! ! >w< ++++++
พ่อหนุ่มหน้ามน กอช สุเอด คนนี้ก็เป็นผึ้งจดหมายฝีมือฉกาจคนหนึ่งที่มารับตัวแล็กตอนอายุ 7 ขวบ ไปส่งอีกเมืองหนึ่ง และกอชนี่แหละที่เป็น role model ของแล็ก เป็นแรงบันดาลใจให้แล็กเป็นผึ้งจดหมายที่มีความภาคภูมิใจในงานส่งจดหมาย

ปรากฏว่าดูไป 2 ตอนเองมั้ง...กอชก็หายไปจากเนื้อเรื่องเฉยเลย
แบบว่าพอขึ้นตอนที่ 3 เวลาก็ผ่านไป 5 ปี เจ้าแล็กก็โตเป็นหนุ่มน้อย (ส่วนตัวฉันว่า มันยังเล็กไปอยู่ดี)
และได้รับเลือกให้ไปสอบเป็นผึ้งจดหมายที่เมืองชนชั้นกลาง....และเรื่องก็เดินไปเรื่อยๆ

แล็ก ได้เจอคู่หูสุดเทพ ชื่อ นิช เด็กสาวเล็กพริกขี้หนู มีผมทองเป็นอาวุธ แต่มีนิสัยแปลกๆคือ ไม่ยอมใส่ กกน.
แล็ก ได้เข้าเมืองหลวง เจอน้องสาวของกอช สอบเป็นผึ้งจดหมายผ่าน ได้เดินทางไปส่งจดหมาย บลาบลาบลา

แต่ก็ดูไปถึงตอนที่แล็กรู้ว่ากอชหายตัว และสูญเสียหัวใจไป....เท่านั้นล่ะคะ....เลิกดู...
แหม...ก็ต้องรอดูตอนเที่ยงคืนตี 1 แบบนั้นมันก็ไม่ไหวน้า.......................................

และแล้ว ชะตาก็ชักพาให้เรามาเจอมังงะ Letter bee ที่ร้านเช่าการ์ตูน
(หลังจากไม่ได้เดินเข้าร้านการ์ตูนนานเดือนกว่า) เอาแหล่ว....ติดหนึบค่ะ...
ฟ้ามืด ฝนตก รถดินยังไง ถ้าร้านการ์ตูนไม่ปิด แม่ก็จะเดินไปยืมนี่แหละ

อ่านจนถึง 3 เล่มสุดท้าย...... (ตอนนี้มี 11 เล่มแล้ว).....ไม่อยากจะคืนเลยจริงๆพับผ่า.....

เป็นการ์ตูนที่สวยงามและมีลีลาในการเดินเรื่องจริงๆ บทจะซึ้งก็ซึ้งได้ดี บทจะปวดใจ (เล่มหลังๆตอนที่ได้เจอกอชอีก) ก็ปวดใจจนนึกว่าจะเป็นโรคหัวใจซะแล้ว ลายเส้นในมังงะก็สวยค่ะ และมีหน้าแถมเป็นภาพสีด้วย หนุ่มๆก็หล่อลากไส้กระชากใจหญิงมาก อ่านแล้วกระอักในความเท่ห์ของตัวการตูนในหลายๆฉาก

พออ่านเล่ม 11 จบ ต้องต่อ spoil ในเน็ท และโหลดอนิเมมานั่งดูต่อ.....

เป็นการ์ตูนที่นานน้านจะทำให้เกิดอาการเพ้อคลั่งได้แบบนี้ (ทั้งแบบอนิเมและมังงะ)

วันนี้แปะเพลง OP ไว้ก่อนแล้ววันหน้าจะมาเพ้อต่อ....=w=....
(ไม่มีเพื่อนชวนเม้าท์การ์ตูนแล้ว ต้องเม้าท์ใน blog ;] )



 

Comment

Comment:

Tweet

#15 By เ้ (118.173.139.227|118.173.139.227) on 2015-07-16 11:36

double wink

#14 By (125.25.36.15|125.25.36.15) on 2014-12-19 01:04

เราเองก็ชอบเรื่องนี้ และ บ้ามากๆๆๆๆ คลั่งมากๆๆๆๆๆ (ไม่อยากดูให้จบเพราะกลัวจะเบื่อเร็วอ่ะ) อยากดู SS3 จัง มังงะนะมังงะ ไอ้บ้านเราก็ไม่มีร้านหนังสือการ์ตูนเล้ยยยยย ซักกะร้านเดว ตรูนี่เหนื่อยใจจริงจริ๊งงงง
ตอนนั้นก็เหนอยู่ร้านนึง แค่ร้านเดวนะ และก็ถูกปิดลงไปเพราะไม่มีลูกค้าเลย    เสียด๊ายย เสียดาย ถ้าด้ายเข้าไปในเชียงใหม่จะเหมาสัก ทั้ง SS1 SS2 เลย คอยดู (แล้วเรื่องสตางค์ล่ะ พอมั้ย) เออ! ไอ้เรื่องนี้ขอคิดอีกทีก่อน sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#13 By ืีnunsy (1.46.203.71|1.46.203.71) on 2014-11-21 21:26

ชอบมากเลยค่ะ จิงอย่างที่พี่บอกค่ะ บางครั้งการที่เทคโนโลยีล้ำๆ ช่วยตอบสนองมนุษย์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แต่มันกลับทำสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งหล่นหายไปอย่างน่าเสียดายคือ 'ใจ'
คนเราเมื่อทำอะไรด้วยความง่าย สะดวกสบาย มักไม่เห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆ
ทำให้เวลาที่ดูเหมือนจะมากขึ้น แต่กลับไม่ได้ทำให้คนเราดูมีชีวิตชีวาขึ้นเลย เพราะเราขาด'ใจ' ที่ถูกทำหล่นหายไปตั้งแต่มีวัตถุขึ้นมา . .:))
ปอลอ. คิดถึงพี่มากเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ส้มเข้ามหาลัยแล้วนะค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะที่ดูการเติบโตของน้องคนนี้ จนถึงวันนี้ พี่สบายดีไหมค่ะ ?

#12 By so:indy on 2011-10-16 17:05

ขอบคุณค้าบที่แวะมาbig smile
ตอนปิดเทอมเราก็ดูเรื่องนี้ทาง Animax เหมือนกัน
((พอดีเรื่องนี้ฉายต่อจาก K-On! ที่เราติดตามอยู่
ไม่มีอะไรทำ ก็เลยดูต่อ ดูไปดูมาติดเรื่องนี้ไปอีกเรื่อง ฮ่าๆๆ))
เรื่องนี้เราชอบ Gauche Suede และ Zazie ล่ะ
ว่าแต่ อยากดู Season 2 ต่อจัง
และอยากอ่านหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย
((ไม่ได้ซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่องใหม่ๆมานาน ติดตามแต่เรื่องเก่าๆ))

ในชีวิตจริง เราก็ไม่ค่อยมีเพื่อนคุยเรื่องการ์ตูนเหมือนกัน
จริงๆแล้วทั้งเรื่องการ์ตูน หนัง และเพลง
ไม่รู้ทำไมไม่เจอเพื่อนสนิทที่ชอบอะไรแนวเดียวกะเราเลย
เลยชอบพล่ามที่บลอคแทน :D

#1 By ~ Reinz ~ on 2011-10-03 05:05