(U - net) ทำไม เพื่ออะไร

posted on 28 Apr 2014 19:21 by kororo
ช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา มี status ที่น่าสนใจเด้งใส่ตามาเรื่อยๆ
เริ่มแรก ก็มาจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน
ต่อมา เหล่า นศ. ก็เขียนบ่นๆตามมา

เกี่ยวกับ U- net

เนื่องจากเราอยู่ในยุค entrance เลยไม่สนใจระบบนี้มานานมาก
เพียงแค่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับข้อสอบอันปวดกบาลเท่านั้นแหละ
ด้วยการที่เราหมดเวรหมดกรรมกับการสอบเข้าอุดมศึกษาแล้ว จึงได้แต่อ่านขำๆ ปนสะเทือนใจแทนคนทำข้อสอบ
(แหม...โชคดีนะที่เกิดก่อน โชคดีที่มหาวิทยาลัยยังมีระบบโควตา)

พอได้อ่านประเด็น U - net ผ่านทาง facebook, Dek - D, web ข่าวสารอื่นๆ
ก็เห็นแต่ประเด็นต่อต้าน แต่ฉันยังไม่ค่อยรู้จักเขาเลย ว่ามันอะไร ยังไง ทำไม

ข้อมูลเดี๋ยวนี้นะ ต้องตรวจสอบเอง อ่านเอง พิจารณาเอง แล้วค่อยตัดสิน

เป็นประโยคที่เราสอนเด็กๆไว้เสมอในยุคข่าวสาร ICT

อื้ม....งั้นเราต้องไปศึกษาเรื่องที่มาที่ไปของ U-net ซะหน่อยในยามที่ยังว่างและเบื่องาน

เข้าไปใน website ของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ)
<<< ก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อองค์กรนี้นะ....หรือเราห่างหายไปนานจนหลงๆลืมๆไปแล้ว
ชื่อองค์กร ...สะพรึง...เกินไปไหม คือเราไม่ชอบคำว่า "ทดสอบ" เท่าไหร่
น่าจะเปลี่ยนจาก "ทดสอบ" เป็น "พัฒนา" ฟังดูลื่นหูกว่า

การจะรู้จักองค์กรนี้ ต้องไปอ่านวิสัยทัศน์ และพันธกิจองค์กรค่ะ
พอจะเข้าใจพันธกิจเขาแล้ว ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมองต์กรนี้ชอบการจัดสอบนักหนา
ก็เพราะเขาเป็นองค์กรที่เกิดมาเพื่อน "การทดสอบ" จริงๆค่ะ
แค่ที่หน้าหลักก็มีหลาย Net แล้ว
O - net  การสอบขั้นพื้นฐาน
V - net การสอบด้านอาชีวศึกษา
B - net การสอบด้านพุทธศาสนา
I - net   การสอบด้านอิสลามศึกษา
N - net การสอบด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน

อ่านมาขนาดนี้ ร่วมกับทำความเข้าใจด้าน "พันธกิจ" ก็ไม่แปลกใจหรอกค่ะ ว่าไม่ช้าก็เร็ว มันต้องมาถึงการสอบในมหาวิทยาลัย

ทีนี้ มาอ่าน U - net ชื่อภาษาไทยสวยๆคือ การสอบระดับชาติ ระดับอุดมศึกษา
มาอ่านกันค่ะ ว่าเขามีวัตถุประสงค์อะไรกัน...
 
1.  เพื่อเป็นการทดสอบและประเมินมาตรฐานบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF)
<<< นี่ฉันต้องอ่านเรื่อง TQF อีกใช่ไหม....เคยไปสัมมนาเรื่องนี้มาแล้ว ก็ออกมาจากห้องประชุมอย่าง งง งง แล้วตัวเองก็ยังให้นิยามกับมันไม่ได้สักที รู้แต่ว่าคำๆนี้มาเมื่อไหร่ งานเข้าเมื่อนั้น

2.  เพื่อใช้ในการประกันคุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา
<<< เดี๋ยวนะ แล้วที่ สกอ. มาประกันคุณภาพสถาบันคืออะไร แล้วที่สภาวิชาชีพมาประกันคุณภาพนั่นอีกละ คืออะไร... เอิ่ม งานซ้ำซ้อน หรืออิฉันสับสน

3.  เพื่อนำผลการทดสอบมาตรฐานคุณภาพบัณฑิต ประกอบกับบริบทและสภาพแวดล้อมในการจัดการศึกษาเพื่อนำมาใช้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา

ตามนั้นค่ะ...ส่วนใหญ่วัตถุประสงค์มันจะออกมาคล้ายๆแบบนี้แหละ
(ศัพท์แสงหรูหราดูดี เหมือนอ่านแล้วรู้เรื่อง แต่ก็ไม่เข้าใจอ่ะนะ ...=w= ???)

มาดูสิว่าเขาจะทดสอบอะไร

1. วัดทักษะพื้นฐาน 4 วิชา
   - ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
   - ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
   - การใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต: การรู้เท่าทันสื่อ
   - การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
 
อะไรที่ขึ้นชื่อว่า "ทักษะ" ก็ต้องเป็นการปฏิบัติ ไม่ใช่ปฏิบัติโดยการกากบาท หรือเขียนบรรยาย
ก็น่าสนใจสำหรับภาษาเพื่อการสื่อสาร แต่จะสอบยังไง ถึงจะเรียกว่า เป็นการสอบ "ทักษะ" จริงๆ
เรื่องการใช้สารสนเทศฯ ก็น่าจะวางกรอบให้เข้าใจง่ายๆนะ คือเราไม่ได้เอกด้านสารสนเทศหรือเชี่ยวด้านเทคโนโลยี
อ่านแล้ว เดาไม่ออกค่ะ ว่าจะสอบทักษะอะไร...ให้อ่านข่าวตามหน้า facebook แล้วแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับประเด็น ...ณเดช ไม่ต้องเกณฑ์ทหารเพราะเป็นหอบหืดเหรอ... อะไรแบบนี้
แต่ที่น่ากลัวสุดคือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ
คือจะสอบยังไง ให้รู้ว่าคนๆนี้เขามี critical thinking แล้วที่เห็นๆมาใน O - net / A - net
ฉันละกลัวนิยามของ critical thinking ของคนออกข้อสอบมากมากมากมากมากมากเลยล่ะ

2. ด้านคุณธรรม จริยธรรม
ครั้งหนึ่ง เราเคยเห็นแบบสอบถามงานวิจัยเพื่อทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของอาจารย์มหาวิทยาลัย
คือ โจทย์ตั้งต้นก็ว่าท้าทายแล้ว ตัวเลือกยิ่งท้าทายกว่ามาก....ทำไปละไมเกรนจะกิน จินตนาการไม่ออก
แบบทดสอบก็เยอะเว่อร์ เหมือนมันไม่มีถูกไม่มีผิด ก็จำไม่ได้โดยละเอียด แต่ประมาณว่า...
ตัวอย่าง...สมมติว่าเราทะเลาะกับคนคนหนึ่ง ถึงขั้นเกลียดขี้หน้ากันมากมาก
และวันหนึ่ง เราดันไปพบคู่กรณีเป็นลม ล้มอยู่หน้าห้องน้ำ และตอนนั้นก็มีเราเห็นเหตุการณ์อยู่คนเดียว
เราจะทำยังไง
ตัวเลือก....ช่วย ในฐานะที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะช่วยเหลือมนุษย์
               ช่วย เพื่อสร้างหนี้บุญคุณ
               ช่วย เพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าเราเป็นคนใจดำ
อะไรแบบนี้ ! ! ! ! ! ! ! แค่อ่านก็ปวดหัวแล้ว แถมบางโจทย์บางสถานการณ์ก็มีตัวเลือกไม่ตรงใจเราอีก
ดังนั้น การทดสอบด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยการมานั่งทำข้อสอบ เป็นอะไรที่ยากมาก และ make ข้อมูลแสร้งเป็นคนดีได้
ยกเว้นแต่ คนออกสอบจะเป็นเซียนด้านจิตวิทยาจริงๆ ข้อสอบแบบนี้จึงจะน่าสนใจ และได้ค้นพบตัวเองในอีกมุมนะ

3. ทักษะวิชาชีพ
อันนี้ไม่น่าจะมีผลกับวิชาชีพที่มีสภาวิชาชีพดูแลจัดสอบวัดความรู้เอาใบประกอบโรคศิลป์อยู่แล้ว
แต่มีคำขยายเพิ่มเติมในหัวข้อนี้สำหรับสาขาวิชาที่ไม่มีสภาหรือสมาคมวิชาชีพ
ทาง สทศ จะขอความร่วมมือกับสภา/ที่ประชุมคณบดี ให้พัฒนาเครื่องมือวัดทักษะ...
อ่านแล้วดูมีเหตุผล ดีกว่าให้คนนอกมาออกสอบ แต่ว่า......เพิ่มให้งานป่าวว่ะ....
เข้าใจว่าบางสาขาวิชา มีการสอบจบ หรือพวก final project ที่บูรณาการทุกสิ่งอันความรู้และทักษะอยู่แล้ว
ไม่รู้ว่า.....มันจำเป็นจริงจริงไหม.....

เมื่ออ่านแผนการดำเนินงานของ สทศ เกี่ยวกับ U - net
เราจะเห็นเขาเปรยๆไว้ว่า จะขยายไปสอบในระดับ ป. โท และ ป.เอก ด้วยนะคะ <<< ขยันทำงานจริงจริงนะองค์กรนี้

ดูต่อไปว่า ทำการสอบ U - net ไปแล้ว จะเกิดประโยชน์อะไร
 

1. ระดับผู้เรียน
นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้ได้ตามมาตรฐาน ตามความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

2. ระดับสถานศึกษา
ในด้านการประกันคุณภาพการศึกษาวางแผนระบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

3. ระดับชาติ
มีผลต่อการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกของสถานศึกษา ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) ตลอดจนคุณภาพของบัณฑิตเทียบเคียงกับระดับนานาชาติ

No comment ณ จุดนี้
ถ้าการทดสอบมี "คุณภาพ" จริง มันก็ต้องตอบโจทย์ได้อยู่แล้วละ
แต่ตอนนี้ เราเห็นแต่ "หัวข้อ" ที่ใช้สอบ แต่ไม่รู้จะสอบ "อย่างไร"

ความน่าสนใจ และอ่านเข้าใจง่ายอยู่ที่ FAQ

การสอบ U - net ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดใด เพราะเป็นนโยบายของรัฐ
เดี๋ยวนะ...รัฐ.....รัฐไหน....
แล้วถ้าผู้สอบไม่ใช้ผู้เสียค่าใช้จ่าย แล้วค่าใช้จ่ายในการสอบมาจากไหน
สอบ....ฟรี....นโยบายของรัฐ <<<< อย่าบอกนะว่า....ภาษีเราน่ะ ! ! ! ! !

การสอบ U - net ไม่มีผลกับการสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และไม่มีผลกับการเข้าทำงาน
(แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ การมีผลสอบ U - net อาจเป็นส่วนหนึงในการพิจารณาเข้าทำงาน *ย้ำว่า ในอนาคต อันไม่แน่นอน)

การสอบ U - net เป็นไปด้วยความสมัครใจ ไม่บังคับให้ นศ. ไปสอบ

อ่านดู ก็ไม่มีอะไรที่ นศ. จะเสีย ................................... // ยกเว้น เสียเวลา (หรือเป็นการฆ่าเวลาก็ได้นะ)

แต่ความบรรลัย ความสงสัยมาสะดุดที่....

(Copy มาจากหน้า website)

ทดสอบเพื่ออะไร? ต้องการวัดอะไร?

(Copy มาจากหน้า website)

เดี๋ยวนะมรึง.... คุณภาพบัณฑิต = คุณภาพสถานศึกษา เหรอ......
(จากที่อ่าน "วัตถุประสงค์" ข้างต้นแล้วยังมึนๆ พอ เออ ออ ห่อ หมก ไปได้ แต่พอถึงบรรทัดนี้ "ตาสว่าง" เลยค่ะ)

ถ้าคุณบอกว่า คุณไม่บังคับให้ นศ. มาสอบ และถ้าเกิดสถาบันหนึ่งๆไม่มี นศ. มาสอบเลยสักคน
สถาบันนั้นจะได้รับการประเมินจาก สทศ. ยังไง ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?
แล้วมันจะมีผลอะไรกับสถาบันนั้นในอนาคตไหม ทั้งด้านการพัฒนาหลักสูตร และงบประมาณแผ่นดิน

// มโน.....

งานนี้ต้องคิดกันยาวค่ะ จะนำร่องอะไรก็ทำไป

ถ้าคิดแล้ว ว่าทำแล้วดี เกิดกุศลผลบุญ ก็จงทำ

ทำอย่างรอบคอบ มีสติ และอย่าด่วนใจเร็ว รีบตัดสินอะไรไปก่อน ฟังให้เยอะๆ ใช้วิจารณญาณมากๆ
จะสอบระดับอุดมศึกษา ทีมงาน สทศ ก็ต้อง "คุณภาพ" ให้สมกับความเป็น "อุดม" ศึกษา
จะมาไก่กา มีอารมณ์ทางเพศแล้วไปเตะบอล หรือพาเกย์ไปพบจิตแพทย์ แบบ งง งง มันไม่ได้แล้วนะคะ
"มิติ" มันซับซ้อนลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมน้า....

เพราะอ่านอ่านไป นศ. เหมือนจะ "ไม่ได้เสียอะไรมาก" และก็ "ไม่ได้อะไรมาก" จากการสอบ U-net เท่าที่อ่านตอนนี้
แต่ฝ่ายที่จะโดนกระทบหนักกว่าคือ "สถาบันการศึกษา" ที่กลายเป็น "ผู้ถูกสอบ" ทางอ้อมผ่าน "นศ." เองนั่นแหละ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
จริงๆแล้ว ถ้าองค์กรนี้ไม่มีประวัติเรื่องข้อสอบ O - net/ A - net / GAT / PAT อะไรมาก่อน
คงไม่เจอแรงต้านทานมากมายขนาดนี้หรอก

รอดูอนาคตของ U - net ต่อไป...

Comment

Comment:

Tweet