อ่ะ...ยกซิ.... ยก ยก ยก

+ + + + + + + +

ลอก เป็นคำกริยา หมายถึง เอาเปลือกหรือผิวออกมาเป็นแผ่นๆ เขียนหรือจำลองออกมาจากต้นฉบับ

+ + + + + + + +

"ลอกการบ้าน" เป็นโทษร้ายแรงมากสมัยเราเด็กๆ
เพราะโดนเขียนเสือให้วัวกลัวโดยการดูอาจารย์เอาไม้เรียวฟาดมือเพื่อนนับสิบคนดัง"ป๊าบๆ" เป็นตัวอย่างหน้าห้องสมัยประถมต้น โดยไม่สนใจว่าใครลอก ใครให้ลอก....นั่นแหละ โทษฐานสมคบคิดทำผิดกฏห้องเรียน...

แต่ตอนเราเด็กๆ เราคิดไม่เยอะค่ะ เข้าใจว่าคนให้ลอกไม่สมควรโดนตี ไอ่คนสมควรโดนตีน่ะ คนลอกตังหาก...ก็ ลอกไม่แนบเนียนเองนี่นา...ลำบากกันเกือบครึ่งห้อง...อ้อ...วิชาที่ลอกน่ะ วิชาคณิตศาสตร์.... แล้วที่ลอกไป ก็ลอกคนที่ตอบถูกหมดน่ะนะ แต่ไอ่คนลอก มันไม่ใช่คนเก่งอะไร พอทำเลขถูกทุกข้อ มันผิดสังเกตชัดชัด แล้วเด็กประถมที่ไหนมันจะโกหกแนบเนียน ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมริจะมาสู่ครูอาจารย์ที่เคยเป็นนักเรียนมาก่อน

พอโตมาหน่อย...

"ลอกการบ้าน" ที่ทำให้เราโคตรเจ็บใจ
มันเป็นวิชาพละของมัธยมต้น ซึ่งอาจารย์ให้เขียนรายงานประวัติศาสตร์กีฬาสักอย่างมาส่ง
ย้ำค่ะ...เขียนนะคะ...ไม่ใช่พิมพ์....แล้วยุคนั้นมันมี smartphone ซะเมื่อไหร่ notebook เหรอ ไม่มีหร๊อก แถม internet ก็ไม่ได้เข้ากันง่ายง่ายด้วยหรอก วันไหนจะเปิด net ต้องสำรวมกาย วาจา ใจ แผ่กุศลจิต จุดธูปไหว้หน้าคอม อธิษฐานไปว่า "วันนี้ขอเข้า net ไปเล่น pantip สักครึ่ง ชม. แล้วจะไปทำการบ้านเน้อเจ้า ส่าาาาตุ๊" (แหม....นี่มันยุคทองสำริดชัดชัด)

แล้วนักเรียนยุคนั้นทำอย่างไรละคะ
ก็ต้องไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดโรงเรียน หรือถ้าทุ่มทุนหน่อยก็ต้องถ่อไปห้องสมุดมหาวิทยาลัย ค้นตู้บัตรหมายเลขหนังสือ เดินหาตู้เก็บ เปิดหนังสือนั่งเขียนกันตรงนั้น (แหม...ใครจะมาเข้าใจสุนทรีย์ของการค้นหนังสือในห้องสมุดกันนะ)

หา...เอาไปถ่ายเอกสารเหรอ....โหย....เราไม่ทุ่มทุนขนาดนั้น เก็บตังค์ไปซื้อหมี่ยำกินหลังเลิกเรียนก่อนไปเรียนพิเศษดีกว่า....ถ้าไม่ชอบคัดหนังสือยาวๆแบบ copy & paste ก็ต้องอ่านและเลือกประโยคสำคัญมาจริงๆ ถ้าขี้เกียจและอยากลักไก่ ก็เขียนบทนำ และสรุปที่โอเค ส่วนเนื้อหาก็เขียนแบบไก่กาไป เขียนจริงบ้างมั่บ้าง อาจารย์คงไม่มีเวลาอ่านหรอก


(พอมาเป็นอาจารย์จริงๆ ทำไมเราอ่านจับผิดทุกบรรทัดนะ /หัวเราะ)

หลังจากคัดเนื้อหามาอย่างยากลำบาก (?)
เราก็จะเจอเพื่อนขอรายงานไปลอก....และเพื่อนๆเราก็รู้ดีว่า ถ้าลอกก็ต้องเนียนไม่ให้อาจารย์จับได้
และก็(น่าจะ)ได้ผลจริงๆ เพราะอาจารย์ไม่เคยเรียกพวกเราไปทำโทษฐานสมคบคิดลอกการบ้านกัน
(แต่อาจจะหักคะแนนเราอย่างลับๆก็ได้ มิน่าละ เราไม่เคยได้พละ A เลย นอกจากวิชาว่ายน้ำ)

แล้วความดราม่า มันอยู่ที่....เพื่อนที่เราให้รายงานไปลอก
มันได้คะแนนรายงานดีกว่าเราชนิดที่เปลี่ยนเกรดได้เลย

แม่เจ้า.....แกทำได้ยังไงฟร่ะ +++++

เพื่อนเรามันฉลาดพอที่จะเอารายงานเพื่อน 2 คนมาเขียนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
นั้นหมายความว่า เพื่อนเราได้อ่านรายงานที่มาจากเอกสารอ้างอิงมากกว่า 1 แหล่งขึ้นไป มาเขียนให้เป็นงานใหม่ได้......นี่มัน....กระบวนการเรียนรู้ระดับการสร้างสรรค์ชัดชัด !!!! ไม่แปลกที่จะได้ A มาเชยชม

นี่ซินะ...ที่เรียกว่า คนขี้เกียจฉลาดใช้แรงงานคนขยัน

แต่ตอนนั้น เราก็ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความเฉลี่ยวฉลาดแกมโกงหน่อยๆของเพื่อน
(ก็ไม่ลงทุนอะไรเลย เอารายงานเพื่อนมาอ่านเอง)
เพือนคนนี้เลยถูกเพื่อนในก๊วนแอนตี้ไปพักหนึ่ง

โทษฐาน...."ลอกรายงาน" คนอื่นเขา แต่ดันได้คะแนนดีกว่าต้นฉบับซะเอง

หลังจากนั้นมา เราก็ไม่เคยให้ใครลอกการบ้านโดยไม่จำเป็น
ถ้าให้ลอก ก็จะเอาการบ้านหรือรายงานของเพื่อนที่ลอกไปมานั่งอ่านอีกทีมาเหมือนกัน 100% ไหม
ถ้าเหมือนกันขนาดนั้น ก็จะทักให้เพื่อนแก้นิดหน่อยให้พอไม่เป็นที่สังเกตมาก

แต่อย่างที่เขียนไปค่ะ....เพื่อนๆโรงเรียนฉันเฉลียวฉลาดพอที่จะลอกงานอย่างเนียนๆ

ถ้าเป็นรายงาน...ก็ปรับภาษา....
ถ้าเป็นคณิตศาสตร์...ก็ทำผิดสักข้อสองขอ...ไม่ให้เป็นที่สงสัย
แบบพอมีงานส่ง และก็เป็นงานที่ไม่ทุเรศ แต่ก็ไม่ perfect (ลอกเหมือนเด๊ะ) จนผิดสังเกตเกินไป

ข้อดีของการมีคนลอกคือ คนลอกจะช่วยตรวจคำผิดให้
ถ้าเจอ...เขาก็จะลบด้วยลิขวิด และเขียนแก้ให้เลยก็มี น่ารักมาก
หรือถ้ามีเด็กเทพมาลอกการบ้าน เขาก็ทักได้ว่า เออเห้ย...แก...ตรงนี้แกทดเลขผิดน้า....

เจ๊งไหมละ....พึ่งพาอาศัยกัน win - win ทั้งคู่

ถามว่าฉันเป็นฝ่ายลอกเองไหม

ก็มี....สักครั้งสองครั้ง (เฉพาะวิชาคำนวณ)....ที่ลอกจริงจัง ยามจำเป็นจริงๆ ชนิดลืมไปเลยว่ามีการบ้านวิชานั้น หรือลืมทำข้อนั้นนี้ หรือโจทย์ยากระดับเทพ...ทำบ่ได้แต๊ๆ ต้องขอสมุดการบ้านเด็กเทพมานั่งลอกก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ (ข้อดีของคนไปโรงเรียนเช้าค่ะ นอกจากได้กวาดห้อง ลบกระดานดำแล้ว ยังสามารถดักรอดเด็กเทพเพื่อเรียกค่าจ้างทำความสะอาดเป็นสมุดการบ้านได้ด้วย)

ระหว่างลอกก็จะเน้นดูวิธีทำเป็นหลัก
และตรวจคำผิด หรือตรวจคำตอบให้เพื่อนไปด้วย

กลายเป็นธรรมเนียมลอกการบ้านแบบนี้

พอเข้ารั้วมหาวิทยาลัย
เรื่องลอกการบ้านก็หายไป เพราะงานแบบตัวใครตัวมัน
เรียนมหาวิทยาลัย เนื้อหาทักษะหลายอย่างมันต้องเอาไปใช้ทำมาหากินจริงๆ
ดังนั้น ต้องทำ ต้อง fight ด้วยตัวเองก่อน ถ้าไม่ได้ยังไง ค่อยไปหาเพื่อนระดับเทพ
แต่ไม่ได้ไปขอ "คำตอบ" แต่ไปขอ "วิธีการที่ได้มาซึ่งคำตอบ"

โตโตกันละ....น่าจะคิดได้เอง....ว่าอะไรควรไม่ควร

ก็เคยคิดแบบนี้แหละนะ....เลยกลายเป็นพวก "นอกคอก แบบอยู่ในกรอบเกินไป"

พอมาทำงาน ก็เป็นยุคดิจิตอล ยุค Prof.Google และการ copy & paste
เจอการ "ลอก" อย่างไร้สติ ไร้สุนทรีย์มาหลายงาน
หลายงานจนขี้เกียจอ่าน อ่านแล้วอารมณ์เสีย อารมณ์เสียแล้วกิน กินแล้วอ้วน
ตอบผิดข้อเดียวกันยังไม่เท่าไหร่ อาจสงสัยได้ว่าโจทย์ไม่เคลียร์
แต่เล่นเขียนผิดเหมือนกันในประโยคเดิมๆ กระทั่งลอกรหัสเพื่อนมาก็มี

สติสตังค์หายไปไหนหมดนะพวกเธอว์ว์ว์...

ถ้าตรวจงานแบบไม่แคร์คุณภาพชีวิตเด็ก
ก็ให้คะแนนเน่าๆกับความตั้งใจเน่าๆของมันไป เช่น เต็ม 10 ให้คะแนนค่าส่งซะ 1
หรือเอาคะแนนที่มันสมควรได้ จับหารด้วยจำนวนรายงานที่ลอกมาเหมือนกันซะเลย
หากวันนั้นองค์ลง ก็ไม่ให้คะแนนเลย และบอกให้ไปแก้งานใหม่ทั้งก๊วน
สุดท้าย....งานงอกทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์ ....OTL

รายงานไหนที่เขียนมาดี๊ดี...ภาษาสวย...
แต่มีสังหรณ์บางอย่างที่ต้องก็ copy ประโยคเด็ดมาสักประโยคมาใส่ใน google แล้วกด enter....
ร้อยทั้งร้อย รายงานที่มีสุนทรีย์ทางภาษาและเนื้อหา(เกือบ)ถูกต้อง....

มันเอามาจากบทความคนอื่น T^T


น้อยและน้อยมาก ที่จะเขียนเอง ทำเอง ซึ่งเป็นกลุ่มพิเศษ เป็นพวกหัวศิลป์ ชอบอ่านนิยาย หรือเขียน blog อะไรมาก่อน มันจะโดดเด่นมาก และไม่มีสังหรณ์แปลกๆอยากเข้า google แบบนั้น


เพราะการเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานหรือไร
ทำให้เรายอมรับว่าเด็กๆลอกการบ้านมันไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่เด็กมหาวิทยาลัยลอกการบ้าน/รายงาน มันเป็นเรื่องร้ายแรง

จริงๆแล้ว นิสัยช่างลอก....ควรแก้ไขซะตั้งแต่เด็กๆ

แต่การลอกแบบสมัยที่เราทำตอนมัธยมมันคือการลอกจริงๆไหม
ตอนนั้นส่วนหนึ่งเป็นการลอก ส่วนหนึ่งเป็นการเรียนรู้ร่วมกันรึเปล่า

ถ้าเราของานใครสักคนมานั่งอ่าน
เพื่อเราจะเขียนงานสักชิ้นขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์สักสิ่ง

ถ้าเราเขียนทุกตัวอักษรตามเขาโดยไม่คิดอะไรเลย.....มันคือการลอก
ไม่สิ หยาบคายไปมั่ง....มันคือการเขียนที่ไม่ผ่านการคิดวิเคราะห์ใดใด
 
ถ้าเราอ่านของเขาอย่างเข้าใจ แล้วเขียนขึ้นมาด้วยภาษาเรา....มันคือการดัดแปลง

ดัดแปลง....ฟังดูดีกว่าลอกเนอะ...

แต่โลกของ plagiarism มันลึกซึ้งกว่านั้น
สำหรับสังคมเราที่นิยมของเถื่อนคุณภาพดี และไม่ค่อยสนใจเรื่องลิขสิทธิ์เท่าไหร่นัก
เรื่อง plagiarism หรือเรื่องลิขสิทธิ์จึงเป็นเรื่องหยุมหยิมยิบย่อยจนไม่น่าทำความเข้าใจไปเลย

+ + + + + + + +

หา...บางโปรแกรมที่เราใช้งานอยู่ก็ไม่มี license เหรอ..../// จบไป

Comment

Comment:

Tweet

<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href=\"http://prfdsgafgs.html\">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html

#3 By sadasdsa (59.152.240.92|59.152.240.92) on 2014-11-25 10:57

<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html<a href="http://prfdsgafgs.html">reprry</a>[url=http://prisdfsddsggs.html]repry[/url]http://prersdfgdsfgs.html

#2 By sadasdsa (59.152.240.92|59.152.240.92) on 2014-11-25 10:54

Shiny sorts of gucci replica Cartier Duplicate Watches can be begin in balmy and active colours fashionable in appearance and absorbing for the louis vuitton replica others. Such sorts of Cartier Duplicate Watches are adopted mostly in night. Humans use such ablaze Cartier Reproduction Watches will attending actual elegant. Nowadays Cartier Replica Watches are beautiful and can be begin in altered colors. Academic appearance Cartier Reproduction Watches are for all but abode workers like it more. Youll be able to baddest black, amber and white which can be acclimated with replica handbags about all occasions. Academic Cartier Ballon Bleu Replica are accessible in a advanced variety. Yow will ascertain absolutely altered amount ranges for the academic Cartier Duplicate Watches according to the quality. Academic purses are bout for all the occasions. You should buy academic Cartier Reproduction Watches with affordable account now. Informal styles are for accidental wear. You can use it if you are traveling for replica chanel shopping.Luxury beautiful Cartier Duplicate Watches usually are not absolutely accepted and bargain for everyone. Such Cartier Reproduction Watches are accessible in around all the colors. Luxurious Cartier Replica Watches are broadly acclimated in night get tog ethers, birthdays, anniversaries and alliance commemoration ceremonies

#1 By louis vuitton replica (50.117.48.234|50.117.48.234) on 2014-07-25 10:30