TourSeoul

บ่ายวันที่ 30 เมษายน 2555



หลังจากช้อปและหม่ำจนสาแก่ใจที่ย่านอินซาดงแล้ว
พี่โอ๊ตก็พาไปย่านอัพกูจอง แหล่งรวมคลิินิกศัลยกรรมเสริมความงาม
เราไม่ได้มาจะเสริมความงาน แต่จะมาเติมเต็มความสุขของพี่โอ๊ต
เธอมาที่นี่ค่ะ...

TIME OUT GELATO by Micky Yoochun



ได้ข่าวว่าเป็นร้านไอติมที่มิกกี้เปิดให้ญาติดำเนินกิจการ มีรูปและสินค้าที่ระลึกของมิกกี้ยูชอนเต็มร้านเลยเจ้าค่ะ
เจ้าของร้านก็ดูคุ้นเคยกับพฤติกรรมแบบนี้ดี แถมพูดไทยคล่องมากด้วย เพราะลูกค้าไทยมาบ่อยมาก
ดีที่ตอนเราไปไม่มีลูกค้าในร้านเลย เธอเลยเต้นพล่านถ่ายรูปทั่วทุกมุมของร้าน



ส่วนไอศกรีมเจลาโต้ที่เราสั่งเป็นรสมอคค่า กับแตงโม ถ้วยใหญ่ 6500 วอน
จริงๆจะสั่งถ้วยเล็กกว่านี้ แต่พี่โอ๊ตบอกว่า ไม่ได้ๆ ต้องอุดหนุนมิกกี้ยูชอนเยอะๆ =_=
ไอศกรีมรสชาติบ่ดายมาก.....แตงโมก็แปลกๆ เหมือนแตงโมสังเคราะห์ ไม่เหมาะกับลิ้นคนไทย
แต่ด้วยบรรยากาศร้าน ทำเอาพี่สาวเราฟินตัวแตกเลยทีเดียวล่ะ



หลังจากนั้น เราก็ยกขบวนกลับย่านเมียงดงเพื่อเที่ยวอย่างจริงจัง
(พักอยู่ที่เมียงดงตั้ง 2 วัน เพิ่งจะได้เดินเที่ยวเป็นเรื่องเป็นราวก็วันใกล้จะกลับ)

พี่โอ๊ตเดินนำทางเหมือนมีเป้าหมาย ในขณะที่เราเดินตามอย่างไร้จุดหมาย
เดินเข้าๆออกๆซอกซอยต่างๆในเมียงดง แวะร้านเครื่องสำอางมากมายจนน่องตึงขนาด



ระหว่างทางมีพักดูพี่เหม่งหม่ำไอติมยาวๆ
(ยอมรับว่าตอนนั้นเหนื่อยเมื่อยขา ยมขนาด กินอะยังบ่ลง)

ตามโปรแกรมจริงๆ ตอนนี้แก๊งซ์เราควรจะ fight ไปดู cooking Nanta เป็นละครใบ้ โชว์การทำอาหาร (ซึ่งหลายคนเรียกว่า โชว์การสับกะหล่ำปลี) แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด คนมาดูเต็มทุกรอบ ดังนั้น...นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ดี ควรเชื่อฟังหนังสือนำเที่ยว หนังสือนำเที่ยวบอกใ้ห้จองตั๋วก่อน ก็ควรจองตั๋ว อย่ามาดาบหน้าซื้อเอาหน้าโรงแบบนี้ (ถามว่าเสียดายไหม....เสียดายมากกกกกก นึกว่าจะได้พักน่อง 555+)

รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่ duty free ของ Lotte hotel ซึ่งพี่โอ๊ตบอกว่ามาช้อปปิ้งของถูกได้ที่นี้
ใครอยากได้เครื่องสำอาง สาหร่าย ขนม ของที่ระลึก หรืออยากของใช้บริการส้วมอัจฉริยะแบบญี่ปุ่น
ก็ให้มาที่นี่แหละ



Star avenue ถนนดารา K-pop ใครที่ชอบดาราเกาหลีคงชอบ
มีรอยพิมพ์มือพร้อมลายเซ็นต์ กับ interactive screen ที่ดูไฮโซมาก






จาก Lotte hotel เราก็หอบข้าวของลงมาหาซื้อมื้อเย็นที่ supermarket ใต้ดิน
มีขนมและอาหารมากมายหลายชาติ แต่ที่สะดุดตาแก๊งซ์ดาบหน้าเราที่สุดคือ



ปูดองน้ำปลา....

ไม่รู้อารมณ์ไหน...ไม่มีหนังสือนำเที่ยวไหนเลยที่แนะนำให้กินปูดองน้ำปลาเกาหลี
อยู่ๆแก๊งซ์เราดั๊นมีอารมณ์เปรี้ยวปากตำส้มขึ้นมาเฉยๆ...ซะงั้น
ไม่ต้องบอกก็รู้หน้าที่ พี่โอ๊ตเริ่มพ่นภาษาญี่ปุ่น (แบบพอเอาตัวรอดได้) ที่ไปฝึกปรือมาครึ่งปี
มาต่อราคาปูดองฯ ได้มาเป็นขวดโหลครึ่งกิโลราคา 50,000 วอน
ไปซื้อหัวผักกาดกิมจิชนิดเผ็ดมากินแกล้ม 1 หัว ราคา 19,000 วอน
และข้าวไมโครเวฟ 3 กล่อง กล่องละ 1,980 วอน (คนไทยขาดข้าวแล้วแทบขาดใจ)



กลายเป็นเมนูลับแลแดนกิมจิไปแล้วครับท่าน

ซื้อกลับมาหม่ำที่ห้องอาหารใต้ดินของนัมซาน เกสเฮาส์
นึกภาพคนไทยนั่งล้อมวงจกปู ดูดเนื้อปูซี้ดซ้าด เหมือนหม่ำตำปูปลาร้าแดนกำเนิด

ปูดองน้ำปลาสัญชาติเกาหลีเค็มไม่ต่างกับปูดองไทย
ชนะกันด้วยความสด เนื้อไม่แหล่ว หวานนำเค็มตาม และกินแล้วไม่ท้องเสียนี่แหละ...เลิศ

ใครไปเกาหลี อย่าลืมไปลิ้มลองปูดองน้ำปลานะคะ ฮะฮะ

เกือบลืมกิมจิ ได้กิมจิมาเป็นหัวเลย ต้องเอากรรไกรของที่พักช่วยตัด
กิมจิเกาหลีในห้างหรือภัตตาคารมันก็รสชาติครือๆกัน อ๋อ...ก็อร่อยนั่นแหละ เคี้ยวกร้วมๆสนุกปาก แต่ก็กินไม่หมด



นอกจากปูดองฯ เราก็ได้มีโอกาสหม่ำมาการงของร้านโฟชง ซึ่งเป็นร้านขนมที่ขายมาการงสุดอร่อยติดระดับโลก เราเลยซื้อมา 3 ชิ้นมาแบ่งกันกิน 6 คน อร่อยสมความเป็นต้นตำรับ กลมกล่อมและไม่หวานมากด้วย



หลังหม่ำเมนูลับแลแล้ว เวลาก็ล่วงไป 18:00 น.
แก๊งซ์ดาบหน้าก็พากันไปเที่ยวย่าน city hall ย่อยอาหาร + ชมบรรยากาศคลองชองเกซอนและอนุสาวรีย์หอยหลอดยามค่ำ



ให้อารมณ์แบบอ่างแก้วบ้านเรามาก...ถ้าไม่ใช่คู่รักมา "เขาพิงกัน" แล้ว ก็เป็นหมู่วัยรุ่นมารวมตัวเม้าท์มอย เล่นดนตรี อ่านหนังสือ (?) จนถึงคนวัยทำงานมาสังสรรค์กัน



เดินตามคลองไปเรื่อยๆ เราก็มาเจอะกับตึงชงโนที่เจอไปเมื่อเช้า
ทำให้เราค้นพบความจริงที่ว่า...ย่านเมียงดง มันอยู่ใกล้ๆกับย่านอังกุกนี่เอง
แล้วสี่แยกย่านอังกุก เดินมาอีก 1 ถนนใหญ่ ก็เจอ Lotte hotel
หลัง Lotte hotel ก็เป็นย่านเมียงดงที่พักเราซะงั้น

นี่มัน...ใกล้กันแค่นี้เอง...เดินไปก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องนั่ง metro ไปเลย =[]=
(หมายเหตุ...คำว่า"ใกล้"ของดาบหน้าเรา อาจไม่เหมือนกับใกล้ในนิยามคนอื่นนะ อิอิ)

หลังจากเดินชมบรรยากาศแล้ว (20:00 น.) เราก็เริ่มเดินหาร้านเค้กมากลบกลิ่นปูดองในปาก
เข้าไปสั่งเค้กทิรามิสุ + chocolate fudge + chocolate lava กินในร้าน Coffee bene



.....ไม่อร่อยค่ะ....เนื้อเค้กไม่เนียน หนักท้อง มีแต่กลิ่นชีส ชอกโกแลตร่วนมาก....
Chocolate lava ที่พี่ไหลสั่งดูจะโอเคที่สุดแล้ว

เป็นมื้อแรกในเกาหลีที่เจอของไม่ถูกปาก (แต่เครื่องดื่มพวกน้ำผลไม้ปั่นอร่อยดีนะ)

หลังจากนี้เหมือนความทรงจำมาลางเลือนมาก เดินเทียวไปเทียวมาในย่านเมียงดง จนร้านค้าต่างๆค่อยๆปิดร้านลงทีละร้านสองร้าน เหลือที่ร้านอาหารยามค่ำ ที่โชว์สิ่งมีชีวิตสดๆเป็นๆเรียกลูกค้า


ปลาหมึกกลายเป็นอาหารจานด่วนสุดสะดวก ไม่ต้องลวกจนตายสนิทก็กินได้หน้าตาเฉย

จนเวลา 23:00 น. เราก็มานั่งอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ เพื่อหม่ำโจ๊กหอยเป๋าฮื้อ



พอหนุ่มร้านนี้ชอบไปเที่ยวภูเก็ตมาก เลยพูดคุยกับพี่เหม่งที่มาจากภูเก็ตเหมือนกันอย่างถูกคอ

แต่....ด้วยความกินอะไรไม่ลง แค่อยากมากินโจ๊กแค่จานสองจาน เหมือนแม่ครัวประจำร้านจะไม่พอใจ (ขอโทษนะที่คนไทยกินไม่ดุเท่าคนเกาหลี) เราเลยสั่งจับเซ (ผัดวุ้นเส้นสัญชาติเกาหลี) มาเพิ่มอีกที่ ซึ่งช่วยบรรเทาความเคืองใจของแม่ค้าได้เยอะ



กับแกล้มที่แทบกระเดื้อกไม่ลง แต่กินพองามพอเป็นพิธี ป้องกันแม่ครัวมาโค่ดหัวอีก



จับเซ กินง่ายอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ



กินอาหารเบาๆอย่างจับเซ เลยทำให้สามารถช่วยพี่ๆกินโจ๊กหอยเป๋าฮื้ออีกแรง
คือว่า....ถ้าได้กินตอนไม่ดึกดื่นค่ำมืด และมีอารมณ์หิวมาแจมอีกสักนิด โจ๊กหอยเป๋าฮื้อนี่ก็อร่อยไม่เลวเลย



และเวลาประมาณเที่ยงคืน เราก็เจอลุงสตรอเบอร์รี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เลยจัดการร่ำลากับลุง และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
ใครมาย่านเมียงดงยามค่ำๆ ใกล้ๆกับ metro ทางออกที่ 3 ตอนค่ำก็มาทักทายลุงสตรอเบอร์รี่ได้ค่ะ สตรอเบอร์รี่ลุงสด ลูกโต และขายถูกกว่าในห้างด้วย





กลับมาที่นัมซาน เกสต์เฮ้าท์ ก็ลงมาห้องอาหารใต้ดินอีกครั้ง จัดแจงล้างสตรอเบอร์รี่มากินไป ดู/ช่วยพี่นัทจัดของไป
เพราะงานนี้พี่นัทซ้อปเต็มอัตราศึกจริงๆ ได้กำลังพี่เหม่ง + พี่โอ๊ต ช่วยบริหารจัดการพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางจนชิสุยักษ์ของพี่นัทอวบอ้วนเป็นชิสุยักษ์ยัดไส้เกาหลีไปซะแล้ว

คืนนั้น เราต้องสละห้องมา 1 ห้องไปนอนยัดกัน 4 คน แน่นแต่ก็อบอุ่นมากค่ะ
วันต่อมาก็จะเป็นวันสุดท้ายของทริปนี่แล้ว รอดูกันไป ว่าดาบหน้าจะไปทัวร์ที่ไหนต่อไปเป็นการส่งท้าย

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

รู้ตัวอีกที ห่างหายจาก exteen ไปนานเกือบ 2 เดือนเลย
ทั้งๆที่เอนทรี่ที่แล้ว กะว่าจะลง 3 ตอนรวดให้จบ แต่ก็ไม่ทันทำซะที
คิดว่าปิดวันแม่นี้ ได้ฤกษ์จะปิดโครงการดาบหน้าทัวร์ เที่ยวมั่วทั่วโซลซะที
เขียนนานเกินไป ทั้งๆที่ไปเที่ยวแค่ 4 วันเอง ฮะฮะ

ชีวิตทำงานมันผ่านไปเร็วมาก ทั้งงานราษฎร์งานหลวงกระหน่ำซ้ำเติมกันมาไม่หยุดหย่อน
แต่ในภาพรวมก็วุ่นวายอย่างมีความสุขปนวิตกกังวล แต่ไม่ทุกข์มากค่ะ
หลายเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายมาตั้งแต่ต้นปี แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสเขียนเลย

(คิดถึง exteen มากมาย)